ThaiMARCH.comAOT
20 มีนาคม 2019, 16:26:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
PP Maga Auto
Leo Oil
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! |พบปะสังสรรค์ : นัดหมาย Meeting และรวมภาพ meeting|

หน้า: [1] 2 3 ... 8   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กทม. - นครศรีธรรมราช ไปกลับ 1850 กม.  (อ่าน 51187 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:14:07 »

น้องมาร์ชยิ้มดีใจที่พ่อกับแม่จะพาไปเที่ยวเยี่ยมคุณตาคุณยาย

14.00 น. เสียงโทรศัพท์คุณพันละยาดัง 2-3 ครั้ง แล้วคุณพันละยาก็เดินมารับพร้อมเอ่ยเสียงทักทายว่า “ว่าพรือ มีอะไร่ แม๋” ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของคนใต้นั่นเอง แฟนผมเป็นคน จ.นครศรีธรรมราช ครับ

ระหว่างการคุยโทรศัพท์คุณพันละยาหันมาบอกว่า วันเสาร์ แม่จะตั้งศาลเจ้าที่ พ่อบนกันเจ้าที่ไว้ว่า “ถ้าถูกหวยจะตั้งศาลให้” และก็ถูกจริง ๆ เลยต้องตั้งศาลให้เจ้าที่

ผมเลยถามว่า ไปบ้านมั้ย ไม่ได้ไปนานแล้ว พาน้องมาร์ชไปออกกำลังกาย เสียงแม่ย้อนมาทางโทรศัพท์ว่า “พันโลนู้ มาปรื๋อ” ผมก้อตะโกนจากโซฟาไปว่า ขับรถไปแม่ แล้วก้อหัวเราะกัน พร้อมกับคุณพันละยาล่ำลากัน และบอกว่า ค่อยคุยกันที่บ้าน

หลังจากวางสายผมบอกให้แฟนไปรับลูกจากโรงเรียน ไม่ต้องให้เรียนพิเศษ เดี๋ยวผมจะเตรียมรถ และ อุปกรณ์ในการเดินทาง ซึ่งเราต้องเดินทางไปกลับร่วม 2,000 โลเลยทีเดียว

ว่าแล้วคุณพันละยาก็เดินหายไปบนบ้านเพื่อจัดกระเป๋าเสื้อผ้า พ่อ แม่ ลูก อีก สองคน ได้เป็นกระเป๋าเดินทาง 1 ใบสำหรับ 4 ชีวิตที่จะต้องไปต่างจังหวัด ระหว่างวันศุกร์-อาทิตย์

ตัวผมเองทุกครั้งที่เดินทางจะต้องมีกระเป๋าเป้โน้ตบุ๊กตัวเก่งไปด้วย เวลาคิดงานได้ก็จะได้เปิดทำงานได้ทันที หรือว่าหากงานที่ กทม. มีปัญหาจะได้รีโหมดมาจัดการได้ทันท่วงที แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่ ผมต้องนำโน้ตบุ๊กไปด้วยถึงสองตัว เพราะต้องเตรียมงานให้กับทีมงานเพื่อใช้งานในวันจันทร์ด้วย ว่าแล้วก็จัดไป

อุปกรณ์สำหรับเดินทางมีอะไรบ้าง
1.   กล่องเครื่องมือชุดเล็ก เป็นบล็อก King Tool และ ชุดประแจตั้งแต่เบอร์ 6-22 เผื่อไว้ยามฉุกเฉิน
2.   สายลากจูง
3.   สายพ่วงแบตเตอร์รี่
4.   กล้อง SLR Cannon 550D เมมโมรี่ 4G
5.   วิทยุสื่อสาร แบบพกพา Sender 980H เซิร์ฟเวอร์ใช้ในรถ พร้อมแบตเตอร์รี่พกพา สายนำสัญญาณภายในแบบ 47 โอห์ม และ สายอากาศรุ่น RV7 สูงสองเมตร

นามเรียกเขียน E22NVM (เอ็คโค่ ทู ทู โนแวมเบอร์ วิกต้า ไมค์)

คนพร้อม รถพร้อม อุปกรณ์พร้อม …… ฝนตก ….

……. เอางัยดี คุณพันละยาถาม ผมเลยเปรย ๆ ไปว่า ฝนมาก็ไม่เกี่ยวเพราะเรากับน้องมาร์ชมีใจตรงกันแล้วว่าเราจะเดินทางท่องเที่ยวกัน  ดังนั้นลุย …..

ผมจึงได้โหลดของทุกอย่างขึ้นฝาท้ายน้องมาร์ช
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 08:25:18 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:14:34 »


เหยียบเบรก กดปุ่มสตาร์ท แซะ บรึ๋มมมมม เปิดแอร์ตั้งไว้ 25 องศา เพราะอากาศภายนอกเย็นจากเม็ดฝนที่พรั่งพรูลงมา

รีเซ็ต
-------------------- ทริป A = 0 สำหรับเก็บระยะทางตลอดการเดินทาง
-------------------- ทริป B = 0 สำหรับหาค่าเฉลี่ยต่อน้ำมัน 1 ถัง
-------------------- AVG ของมาตรวัดอัจฉริยะ
ก่อนเดินทางได้คุยกันเรื่องแผนการเดินทางกับคุณพันละยา

จุดเริ่มต้น หมู่บ้านรื่นฤดี โครงการ 5 ถนนหทัยราษฎร์ ติดกับถนนหทัยมิตร -> ถนนเลียบคลองสอง ผ่านหน้าซาฟารีเวิลด์ ->ยูเทิร์นหน้าแฟร์ชั่นไอซ์แลนด์->เลี้ยวซ้ายเข้ามอเตอร์เวย์->มุ่งหน้าวงแหวนรอบนอกพิเศษเทพารักษ์ พระรามสอง->สมุทราสาคร->เพชรบุรี->ประจวบฯ->ชุมพร->บายพาส สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช->สนามบินนครศรีธรรมราช->แยกเบญจมฯ เลี้ยวขวา มุ่งหน้า อ.พรหมคีรีย์ -> เลี้ยวซ้ายสามแยกบ้านตาล ->ที่หมาย บ้านวังก้อง อ.เมือง

ระยะทางรวมคร่าว ๆ 860 กิโลมตร

ตลอดการเดินทางฝนตกค่อนข้างหนัก ต้องเปิดที่ปัดน้ำมันความเร็วสูงสุดบ่อย

ระหว่างเดินทางคุยกับคุณพันละยาว่า ฝนจะตกถึงนครฯ มั้ยเนี่ย หันมองหน้ากันแล้วเราก็บอกว่า มีลุ้นนะเนี่ย เพราะเคยมาแล้วที่เดินทางจาก กทม.-นครฯ แล้วฝนตกตลอดทางไม่มีหยุด หนักบ้างเบาบ้าง หนักถึงขั้นมองทางไม่เห็นก็มี ซึ่งหากเราจะขับมาร์ชไปทั้ง ๆ ที่ฝนตกอย่างนี้ สำหรับครอบครัวเราไม่ใช่ปัญหา เพราะเราเดินทางกันอย่างนี้บ่อย ในทางกลับกันสำหรับผมคิดว่าเป็นการดีด้วยซ้ำครับ เพราะคนไม่ร้อน และ รถก็ไม่ร้อนด้วย และยางก็ไม่ร้อนด้วย

อ้างถึง
“ ถึงแม้ฝนจะตกหนัก แต่ช่วงล่างน้องมาร์ชดีมากครับ เกาะถนนดีมาก นิสสันไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องช่วงล่างเลย มีน้ำขังตามถนนบ้างประปราย ทั้งที่มองเห็น และ มองไม่เห็น แต่น้องมาร์ชไม่มีร่อน ไม่มีส่าย ประทับใจจริง ๆ ครับ”

ระหว่างคุยกันเพลิน ๆ ผมกับพันละยา ก้อเงียบเพราะรอบ ๆ ข้างแล้วบรรยากาศดีมาก ภายในรถเงียบจนได้ยินแต่เสียงฝนตก เสียงเครื่องยนต์น้องมาร์ชเงียบมากครับ ประทับใจ สักพักได้ยินเสียงกรนดังขึ้นมา ครอกกกกก ……

พันละยาผมหันไปมองที่เบาะหลัง แล้วเรียกผม “ ป๊าดูข้างหลังสิ “ ผมก็ชำเลียงไปที่เบาะหลังแล้วบอกให้พันละยาชักภาพมาครับ



น้องคนเสื้อสีเหลือง เป็นพี่คนโต เรียนอยู่อนุบาล 3 และ คนเสื้อเหลืองเป็นคนสุดท้องเรียนอนุบาล 2 เรียนกันมาเหนื่อยครับพอให้ทานข้าวอิ่ม ๆ ขึ้นรถ ฝนตกพรำ ๆ อากาศเย็นครับ เด็ก ๆ เลยหลับกัน เห็นแล้วอิจฉาครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 08:32:50 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:14:47 »


ระหว่างทางเก็บภาพมาฝากด้วยครับ ฝนตกหนักมากครับ ตอนนี้เปิดที่ปัดน้ำมันความเร็วสูงสุดครับหน้าด่านเก็บเงินค่าทางพิเศษครับ ที่นี่ไม่ต้องจ่ายเงินสดครับ รับเป็นการ์ด แล้วไปชำระเงินปลายทาง เหมือนทางด่วนบูรพาวิถีครับ
หลังจากรับบัตรมา ขับรถมาเรื่อย ๆ เห็นป้าย เทพารักษ์ ถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าถนนพระราม 2ขับมาเรื่อย ๆ จนถึงช้างสามเศียรบอกให้คุณนายชักภาพหน่อยมุมนี้สวย กว่าจะเปิดกระเป๋าหยิบกล้อง กว่าจะเปิดกล้อง ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดังแชะ ภาพที่ได้คือ “ ช้างเหลือเศียรเดียว ”
บนสะพานแขวนยกระดับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยารถไม่ติดครับ ไหลเรื่อย ๆ แต่รถเยอะมากครับ
ระหว่างข้ามสะพานเห็นเรือท่าทรายพอดี คุณพันละยาเลยชักภาพเล่น ๆ ตอนนี้เราใกล้ถึงถนนพระราม 2 แล้วครับ รถโล่งครับ ฝนเริ่มซา แต่ยังมีประปราย ปรับที่ปัดน้ำมันแบบหน่วงเวลาปัด ตั้งความถี่การปัดระดับกลางครับ
มุงหน้าถนนพระราม 2 ทางออกสู่ภาคใต้ตลอดทางเราใช้ความเร็วที่ 80 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง รอบเครื่อง 2000 รอบ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 08:45:18 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:14:58 »

เมื่อรถวิ่งมาจนใกล้ถึงทางออก ถนนพระราม 2 รถจอดสนิทสลับหยุดนิ่ง (งงม่ะครับ) คือมันไหลนิด ๆ ปล่อยไหลเหยียบเบรก 45 นาที ระยะทางติดประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ความรู้สึกเหมือน 100 กิโลเมตรเลย หันไปพึ่งอุปกรณ์คู่ใจนักเดินทาง
อ้างถึง
“ เอ็คโค่ ทู ทู โนแวมเบอร์ วิกต้า ไมค์ ขออนุญาตคอนแท็ค เพื่อนสมาชิกครับ  “
สักพักมีเพื่อนสมาชิกรับคอนแท็ก แต่ผมจำคอนซายย์เพื่อนสมาชิกไม่ได้ เนื่องจากต้องคอนโทรลโมบายครับ
อ้างถึง
“อยากสอบถามเส้นทางลงถนนพระรามสอง มุ่งหน้าสมุทรสาคร ไม่ทราบว่ามีเหตุใดเกิดขึ้นบนถนนหรือไม่ เพราะรถติดมาก”
อ้างถึง
เพื่อนสมาชิกได้ตอบกลับมาว่า “ ช่อง VR จราจรแจ้งว่ามีเกิดอุบัติเหตุช่องขวาที่ช่องทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามสอง 4 คันทำให้การจราจรติดขัดสะสมหลายกิโล “
เมื่อทราบดังนั้น เราจึงได้แต่ร้องเพลงรอ และ กระดึ้บ กระดึ้บ ต่อไป
เมื่อหลุดช่วงรถติด ลูก ๆ ตื่นพอดี พร้อมกับบอกว่า “ ป๊าหิวค๊าบบบ ส่วนคุณพันละยา ก็บอกว่าปวดห้องน้ำ “ เราจึงแวะที่ปั้มน้ำมันบนถนนพระรามสอง
ไหน ๆ ก็แวะแล้วเลยคิดว่าจะหาอะไรใส่ท้องกันเลยดีกว่า ปกติที่บ้านจะไม่เน้นแป้งในอาหารมื้อเย็น จะเนื้อโปรตีนเป็นหลักจึงคิดว่าจะซื้อไก่ KFC ชุดใหญ่ และ โซ้ยกันในรถ ไม่นั่งกินในร้าน เพราะครอบครัวเราเป็นครอบครัวนักเดินทาง
เมื่อยื่นหมูยื่นแมวกับ KFC เรียบร้อย เราก็เดินทางต่อ มุ่งหน้า จ.นครศรีธรรมราช
ปกติ ผมไม่ค่อยมีรูปกับเขาครับ ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ งั้นครั้งนี้ขอสักรูปละกัน แฮ่ๆๆๆๆ บอกแล้วคนขับมาร์ชสีขาว เข้ม หล่อ หน้าตาดีทุกคนครับ
มาถึงทางแยกมีป้ายบอก ซ้ายมือมุ่งสู่ภาคใต้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สามารถถ่ายภาพในโหมด ทังสเตน ได้สวย ซึ่งโหมดนี้จะถ่ายได้แค่ 2 ช่วงเวลาในแต่ละวันคือ ช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย กับตอนช่วงเย็นที่เรียกว่าโพล้เพล้ จะทำให้ภาพออกมาเป็นสีที่ดูเศร้า ๆ แต่ดูแล้วสงบ เงียบ ดูแล้วสบายใจ ซึ่งเป็นภาพแต่สามารถบอกได้หลาย ๆ ความรู้สึก อยู่แต่อารมณ์ของคนดูภาพ ๆ นั้น สำหรับภาพนี้ ผมดูแล้วรู้สึกคิดถึงบ้านครับภาพนี้บอกว่าเรากำลังจะถึงชะอำ และ มุ่งหน้า อ.ปราณบุรี ไปยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 08:56:26 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:15:10 »

ขณะนี้เวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งโดยปกติแล้วลูก ๆ ผมจะนอนเวลา 20.30 น. แต่ด้วยเกรงว่าฝนจะตกหนัก และ ช่วงจังหวัดประจวบจะหาปั้มจอดรถได้ลำบาก จึงได้แวะปั้มช่วง จ.เพชรบุรี เพื่อจัดรถทำที่หลับที่นอนให้ลูก ๆ ทั้งสองครับ ทีนี้เรามาดูกันว่า มาร์ช เล็กจริงมั้ย ตามผมมาเลยครับ (สำหรับคนที่บอกว่ามาร์ชเล็กอยากให้ดูครับ)
ผมกำลังจะทำอะไร เพื่อน ๆ อาจจะสงสัย ขอชี้แจงนิดนึงครับ ปกติ ผมเดินทาง ผมจะใช้รถคันใหญ่ Grand Cherokee แล้วพับเบาะหลังที่นอนวาง ผู้ใหญ่สามารถนอนเหยียดขาได้สบาย ๆ ครับ ผมเลยคิดว่างั้นมองลองดูกันว่า น้องมาร์ชเราจะทำได้หรือไม่
1.   ยกพื้นเบาะหลังออก
2.   เอากล่องเครื่องมือสอดไว้ใต้เบาะคนขับ
3.   เอากระเป๋าเดินทางสอดไว้ระหว่างเบาะหน้าคนนั่ง ตั้งในแนวดิ่ง
4.   เอากระเป๋าโน้ตบุ๊กสอดไว้ระหว่างเบาะหน้าคนขับ ตั้งในแนวดิ่ง
5.   พับพนักพิงเบาะหลังลงมา
6.    ใช้ผ้าปูนอนสองผืนวางที่ท้ายรถเพื่อปรับระดับให้เท่ากับพนักพิงเบาะหลัง
7.   ใช้ผ้าอีกผืนปูให้เป็นเหมือนที่นอน
8.   หมอนสองใบ และ ให้เด็ก ๆ นอนเหยียดขาได้สบาย ดูตามรูปได้เลยครับ





เด็ก ๆ หลับสบาย ไม่ต้องนั่งงอตัวหลับครับ ผม กับพันละยา ยังสามารถนั่งได้ในระดับปกติ ครับ ไม่ได้รู้สึกแคบหรือลำบากแต่อย่างใดครับ ยกนิ้วให้น้องมาร์ชครับ

และเพื่อความสบายใจทุกครั้งที่เราเดินทาง เราจะต้องซื้อพวงมาลัยไหว้แม่ยานางรถ และ ทุกครั้งก่อนเดินทาง ผมจะยกมือไหว้ บอกคุณปู่ที่เสียไปว่า ขอให้ช่วยคุ้มครอง หลาย และ เหลนให้เดินทางปลอดภัย และ จะเอามือวางไว้ที่คอนโซลรถ พร้อมคุยกับรถว่า เราไปท่องเที่ยวด้วยกัน ขอให้อย่าเกเร ขอให้เราเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีต่อกัน


หลังจากที่บ้านของพันละยาผมตั้งศาลเจ้าที่เสร็จ  ผมก้อเหนื่อยกับการเดินทางครับ เพราะเราออกเดินทางจาก กทม. เลา 16.00 น. ถึง นครศรีธรรมราช เวลา 03.00 น. พอดี รวมระยะเวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 110 กม./ชม. ใช้น้ำมันไป 45 ลิตร ระยะทางที่ได้ 860 กิโลเมตร คำนวณอัตราเฉลี่ยขาไป 860/45 ได้ 19.1 กม./ลิตร เนื่องจากรถติดที่พระรามสองนาน 45 นาที

ใจผมอยากได้ 1 ถังถึง นครศรีธรรมราชครับ เลยยังรู้สึกไม่ค่อยประทับใจครับ เพราะผมซื้อมาร์ชมาเพราะเรื่องความประหยัดเป็นอันดับหนึ่งครับ ดังนั้นขาไปให้คะแนนที่  75 ละกันครับ


ภาพเก็บตก กับความไร้เดียงสาของเด็กครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 08:58:32 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:15:22 »


ไหน ๆ ก็เดินทางมาเกือบพันกิโลเมตร แล้ว ต้องเข้าไปดูสวนหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ฟังจากพ่อตาแม่ยายว่า ปีนี้ผลไม้ออกผลเยอะ แล้วก็สมบูรณ์มาก ๆ ว่าแล้วก็ข้าพเจ้าตามมาเลยครับ (ภาษาไทยนี่ดีจริง ๆ ดิ้นได้ตลอด แฮ่ๆๆๆ)

เริ่มต้นผมขอแนะนำองครักษ์พิทักษ์นายก่อนค๊าบ

เจ้าตัวนี้ชื่อว่า โบ้ววววววว ค๊าบ น่าตาหล่อเหลามากครับ มาดแมนสุด ๆ โสดครับ ไม่มีเมีย
สวนมีเนื้อที่ประมาณ 5.5 ไร่ โดยประมาณ ผลไม้ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นไม้ผลทางใต้เป็นหลัก มีอะไรบ้างครับ
-   ลองกอง พันธุ์ กันหยงครับ เป็นพันธุ์ลองกองที่เรียกได้ว่าถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วต้องติดใจครับ
-   ราชินีผลไม้ “มังคุดใต้”
-   ราชาผลไม้ “ทุเรียน” แต่เป็นทุเรียนพันธุ์นะครับไม่ใช่ทุเรียนบ้าน
-   ลางสาด
-   และไม้ป่าพันนาน ๆ ชนิดครับ
ล้อมรอบสวนมีคูน้ำเล็กๆที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผมตั้งใจว่าจะพัฒนาให้มีน้ำตลอดเวลาและทำเป็นน้ำไหลเวียนเพื่อรักษานิเวศน์ทางธรรมชาติให้เกิดความสมดุลครับ
ทางเข้าสวนจะต้องข้ามคูน้ำเล็ก ๆ ที่ผมว่าครับ
ต้นใหม่แถบนี้จะมีต้นไม้ชื่อว่า “ต้นกระเทียม” ด้วยความที่เป็นไม้ทางใต้บางชื่อผมไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่นะ พอถามพันละยาว่า “ต้นกระเทียม” เนี่ยหน้าตาเป็นยังงัยทางใต้เขาถึงเอามาสร้างบ้านกันได้ เพราะผมสงสัยครับ แบบว่าสงสัยมาก ๆ ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการครับว่า “ต้นกระเทียม” น้นต้นไม่ใหญ่นักครับ ใหญ่สุดแค่ 10 คนโอบแค่นั้นเองครับ
“ต้นกระเทียม” หรือ ภาษาใต้เรียกว่า “ไม้เทียม” จัดว่าเป็นไม้อนุรักษ์ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นไม้ใกล้สูญพันธุ์ หรือ เป็นไม้ประเภทใด แต่ที่แน่ ๆ ครับ มีลักษณะลำต้นที่ตรง สูง มากครับ ในสวนมี “ต้นกระเทียม” เยอะมากครับ จากที่ลองเดินสำรวจดูมีหลายสิบต้นเลยที่เดียวที่มีความสูงระดับอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 09:50:55 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:15:32 »

มาลองดูบรรยากาศภายในสวนกันครับ


ลองกองที่สุกได้ที่ หล่นลงพื้น เลยชักภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูครับ (หลังชักภาพเสร็จผมก็โซ้ยซะ ฮ่าฮ่า หวาน กรอบ อร่อยมากมายครับ)

ผมขอนำเพื่อนๆ  มาดูความสมบูรณ์ของสวนครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาครับ

ทีนี้เรามาดูต้นที่ผมเก็บเพื่อนำกลับ กทม. กันครับ

อ้างถึง
คุณพ่อแฟนบอกว่า “เอ้า ต่น นี่ แล ตัดไห่ป้าจิ๊บกั๋น” ไม่แปลนะครับ ฮ่าฮ่า


อ้างถึง
แอ่น แอ่น แอ๊นนนนนนน ได้มาแล้วครับ ขยุก ขยุก มือ แป๊บเดียวได้มา 1 แข่งใหญ่ครับ ประเมินด้วยสายตา ที่ตัดมา 1 เข่ง  1 ตะกร้า เทียบทั้งต้นแล้ว แค่ 1 ใน 4 ของต้นครับ



เดี๋ยวผมจะมาเฉลยครับว่า ในเข่งที่เห็นนี้เมื่อนำมาแพ็คกิ้งกลับ กทม. จะได้กี่ลัง ให้เพื่อน ๆ เดากันเล่น ๆ ครับ
หลังจากได้ของฝากกลับ กทม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมได้ตระเวนดูรอบ ๆ สวนเพื่อดูความเจริญเติบโตของต้นไม้ต่าง ๆ และ ดูความสมบูรณ์ของสวน เพื่อวางแผนการพัฒนาสวนให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ครับ ซึ่งคุณพันละยา กับ แม่ยายก็เดินสำรวจด้วย

เรากำลังดูแนวเขตที่ดินของสวน ตลอดคูเล็ก ๆ เพื่อวางแผนการพัฒนาสวนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2010, 20:12:58 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:15:44 »

ภาพบรรยากาศทั่ว ๆ ไปภายในสวนครับ ผมขอบรรยายด้วยภาพเลยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2010, 20:16:02 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:15:55 »

ขากลับ ขึ้น กทม.
เช่นเดิมครับ ต้องมีการวางแผนการเดินทาง (ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเดินทางไป-กลับ กทม.-นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช-กทม. ไม่รู้กี่สิบรอบแล้ว) แต่ก็ต้องวางแผนการเดินทางตลอด ฮ่าฮ่า

นครศรีธรรมราช -> ลานสกา -> ฉวาง -> มุ่งหน้าสุราษฎร์ธานี -> ชุมพร -> ประจวบคีรีขันธ์ -> เพชรบุรี -> สมุทรสงคราม -> สมุทรสาคร -> พระราม 2 -> สะพานพระราม 9 -> ทางด่วนขั้นที่ 1 มุ่งหน้าบางหน้า -> เลี้ยวซ้ายรามอินทรา-อาจณรงค์ ลง ถนนรามอินทรา -> เลี้ยวซ้ายซอยวัดคู้บอน ไปยัง ถนนเลียบคลองสอง -> เลี้ยวขวาถนนหทัยราษฎร์ -> เลี้ยวซ้ายหมู่บ้านรื่นฤดี 5  ระยะทางโดยประมาณ 868 กิโลเมตร

เมื่อวางแผนเสร็จแล้ว ก็จัดสัมภาระขึ้นตรูดน้องมาร์ชค๊าบพี่น้อง อ่ะ เรามาดูสิว่าน้องมาร์ชเราจะตัวเล็กพริกขี้หนูจริงมั้ย



อ้างถึง
ชั้ดมั้ยครับ ถ้าไม่ใช่ อ่ะ งั้น ซูม ซู้ม ซูม


จากความเดิมตอนที่แล้ว (ฮ่า ฮ่า อย่างกะนวนิยายเลยเน๊อะ) ลองกองในเข่งนั้นเฉลยครับ แบ่งใส่ลังได้ 6 ลังเต็ม ๆ จ้า
ตรูดน้องมาร์ชประกอบไปด้วย
1.   กระเป๋าเสื้อผ้าจากตอนขามา
2.   กระเป๋าโน้ตบุ๊กจากตอนขามา
3.   กล่องเครื่องมือ
4.   สายลากจูง
5.   สายพ่วงแบตเตอร์รี่
6.   ลองกองอีก 6 ลัง
คนพร้อม น้องมาร์ชพร้อม ยกมือล่ำลาพ่อกับแม่ ตั้งช่องวิทยุไปยัง 145.500 เป็นช่อง รีพีทเตอร์ของ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช-จ.สุราษฎร์ธานี บรื๋นนนนนนนนนน
มาลองดูบรรยากาศ วิว ทิวทัศน์ ของถนนหนทางกันบ้างนะครับ เส้นทาง ลานสกา ฉวาง เป็นเส้นทางที่สวยงามครับ

เป้าหมายของเราคือเขาลูกนี้เลยครับ ด้วยภาระที่น้องมาร์ชแบกรับอยู่ตอนนี้ กับภูเขาลูกข้างหน้า ฮ่าฮ่า เพื่อน ๆ ว่าน่าท้าทายดีมั้ยครับ ตลอดทางของเขาลูกนี้จะเป็นทางโค้งซ้ายโค้งขวา ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดครับ


และ ขอต้อนรับสู่ทางขึ้นเขา


ความเร็วขาขึ้นครับ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่รอบเครื่องใช้ไป 3000 รอบ แนะ หุหุ



เห็นวิวสวย ๆ อย่างนี้เลยอยากมีนางแบบครับ เมื่อขอมาเราก็จัดให้ครับ ซีนนี้ต้องแชะ  แชะ แชะ ซะแว้ว

ทางที่เราพึ่งวิ่งลงมาเมื่อครู่ครับ ค่อนข้างชันมากครับ แต่น้องมาร์ชคนเก่งของเราสู้ไม่ถอยค๊าบผม เป็นงัยครับแหล่มมั้ยครับมุมนี้



ลมแรงมากครับ ยืนนี่แทบจะล้มกันเลยครับ เรานั่งอยู่ในน้องมาร์ชไม่รู้เลยว่าน้องมาร์ชต้องโต้ลมแรงขนาดนี้ ขนาดผมเองยังเซเลยครับ ตอนถือกล้องถ่ายรูปเตรียมถ่าย

เราลองมาดูทางโค้ง ๆ สวย ๆ กันครับ ขับไปด้วยถือกล้องตั้งโหมดเป็น sport เปิดชัตเตอร์เร็วสุด ปรับค่า iso สูงสุดเพื่อให้สามารถ focus ได้เร็วพอ

ขับ ๆ ไปพบป้ายจราจรบอกสภาพถนนครับ

* คันเร่งเหยียบเท่าเดิม ขาขึ้นความเร็วได้ 50 ขาลงเขาคันเร่งเหยียบเท่าเดิมได้ความเร็วประมาณ 110-120
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2010, 22:50:32 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:16:06 »

จอดแวะปั้ม เตรียมพ็อกเก๊ตมันนี่ เพื่อใช้ในการเดินทาง



ลูกคนโตบอกว่า "ป๊า รถ มาร์ชเก่งจังเลย" พร้อมยกนิ้วให้ด้วย ยืนยันด้วยภาพค๊าาาบ ท่านผู้โชม

อ้างถึง
มุมเผลอน่ารัก ๆ คับ


หลังจากคุณพันละยาไปกดพ็อคเก็ตมันนี่ มาเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเสบียงให้เด็ก ๆ ด้วยเลยครับ


หลังจากเห็นขนม เด็ก ๆ ตะโกนมาจากด้านหลังว่า "แม่ อย่างนี้ก้อไม่อดแล้วนะสิ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2010, 22:58:48 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:17:18 »

เป้าหมายระยะสั้นเราคือ "ดูตามป้ายเลยค๊าาาบ"



และ ด้วยความแรงของน้องมาร์ช แค่ 43 กิโลเอง แป้บเดียวเราก็มาถึงแล้วค๊าาบ แล้วที่เวียงสระมีอะไรดี ทำไมต้องมาที่นี่ ตามมาดูเลยค๊าาบ เพื่อน ๆ อิอิ โดยเฉพาะหน้าผลไม้แล้วด้วยที่นี่เรียกได้ว่า ทำเลทองเลยทีเดียว


เปิดตรูดน้องมาร์ชอีกครั้งครับ ฮ่าฮ่า  (ไม่ขาวไม่ค่อยอยากเปิดหรอกตรูดเนี่ย อิอิ)

หลังจากภาระกิจที่ เวียงสระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางต่อ ป้ายทางหลวงแจ้งว่า ตรงไป จ.สุราษฎร์ธานี เลี้ยวขวา อ.บ้านนาสาร แต่เราตรงไปนะจ้ะ แฮ่ๆๆๆ


เป้าหมายเราข้างหน้า "สวนส้มนายดำ" เพราะเราต้องเข้าไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับโลกครับ แต่เราไม่เข้าเพราะเราเข้ามาแล้ว แต่เป้าหมายหลักของเราคือ ไปดูนมคนชงกาแฟสด ค๊าาบ ฮ่าฮ่า มาทุกครั้งผมต้องไปดูนมคนชงกาแฟที่นี่ทุกครั้ง อยากรู้ว่าทำไมผมถึงต้องดู ต้องไปดูกันเองค๊าาบ

ระหว่างนั่งรอกาแฟผมเห็นลูก ๆ เค้าเล่นกันด้วยความสนุกผมเลยหยิบกล้องมานั่งกดชัตเตอร์เล่น ๆ ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 17:43:15 โดย Almond » บันทึกการเข้า

Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 15:31:00 »

ความสนุกสนานของการเดินทางในทริปนี้ ผมได้เพื่อนใหม่บนความถี่วิทยุสื่อสารตลอดเส้นทาง

144.625  dumplex - 600 ประจวบคีรีขันธ์
ขอขอบคุณ ที่เป็นเพิ่มร่วมสนทนาตลอดการเดินทาง และ ส่งผมจนสุดสัญญาณของความถี่
- HS7NAM อดีตนายนสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- HS7NRJ นายสถานีวิทยุสมัครเล่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เดี๋ยว ไปหยิบโพยมาก่อน เพราะช่องความถี่เยอะมาก ๆ ครับ เผื่อเพื่อน ๆ ที่เล่นวิทยุจะได้นำไปใช้ระหว่างการเดินทางกันได้ครับ


ขอสรุปค่าเสียหายตลอดการเดินทางดังนี้ครับ

ขับขี่ทางไกลไป จ. นครศรีธรรมราช ด้วยความเร็ว 100 - 120 ส่วนมากจะอยู่ที่ 110 โดยประมาณ และ เร่งแซงบ้างไม่เกิน 130 (ขับขี่เรื่อย ๆ)

ทั้งขาไปและขากลับ สรุปแล้ววิ่งไประยะทางรวม 1846 โล จอดพักคน (เข้าห้องน้ำ ทานกาแฟ เติมน้ำมัน) รถไม่ได้ดับเครื่อง ขาเดียวถึงที่หมาย

หมดค่าเชื้อเพลิงไป 1100 + 600 + 400 + 600 + 400 = 3100 บาท

ชื้อเพลงที่ใช้ตลอดการเดินทาง 1846 กม. 90 ลิตร

คำนวนอัตราสิ้นเปลือง 1846 / 90 = 20.54 กม./ลิตร

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามอ่านครับ แฮ่ๆๆ ยาวหน่อยครับผม คราวหน้าพบกันใหม่ครับ เดือนตุลาคม เป้าหมายคือ ดำน้ำจังหวัดชุมพร 2 คืน และ มุ่งหน้าต่อไปยัง จ.นครศรีธรรมราชครับ แล้วจะนำภาพสวย ๆ มาฝากอีกครับ  07 Hi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2010, 23:24:59 โดย Almond » บันทึกการเข้า

karinkr
Jr. Member
**

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50

Join Date: ก.พ., 2010


Kralon Master


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 16:04:34 »

ติเรื่องเดียว ทำไมไม่เป็น "ภรรยา" ครับ -*-
บันทึกการเข้า

Kralon Master
Almond
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410

Join Date: มิ.ย., 2010


worakit@wasdev.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 16:19:21 »

ติเรื่องเดียว ทำไมไม่เป็น "ภรรยา" ครับ -*-

แบบว่าวัยรุ่นอ่ะครับ แฮ่ๆๆๆ
บันทึกการเข้า

Biere
Global Moderator
Extreme Member
*

คะแนนชื่นชม (Like) 649
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22467

Join Date: ก.พ., 2010


ReviewbyBiere.com


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 16:59:23 »

ยังไม่จบ งั้นรอให้ลงให้หมดก่อน อิอิ


แต่น่าสนุกดีแฮะ เดี๋ยวรออ่านทีเดียวครับ  13 Smile
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ... 8   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS