ThaiMARCH.comAOT
18 สิงหาคม 2019, 15:19:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
PP Maga Auto
Leo Oil
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รวบรวมความรู้ล้อและยาง การเลือกยาง อ่านค่าต่างๆ ที่แก้มยาง การเลือกล้อ  (อ่าน 98738 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
takzakub
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 173

Join Date: ก.ค., 2010


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 21:53:39 »

ผมเป็นคนนึงที่เรียกร้องให้มีบอร์ดนี้มาเหมือนกัน  จะได้แลกเปลี่ยน  โชว์ออฟ แม็กกันครับ



วันนี้มีสาระมาให้ดูกัน   ผมไม่ได้เก่งนะครับ   เพียงแต่รวบรวมจากเวปต่างๆ มาให้เพื่อนๆ อ่านได้ง่ายขึ้นไม่ต้องหาหลายที

ถ้ามีประโยชน์ก็รบกวนคุณเบียร์ ปักหมุดไว้เลยก็ดีครับ


 มาดูเรื่องยางกันก่อนนะครับ

เรื่องแรก  การดูปีผลิตของยาง


ในภาพเป็น  สัปดาห์ที่ 23  ปี 2008
ให้ดู ครับ  สองตัวแรกคือ สัปดาห์ของปี   สองตัวหลังคือปีที่ผลิต  ดังนั้นถ้าเราซื้อตอนนี้  สองตัวหลังต้อง  10




ข้อควรรู้ในการเปลี่ยนยางใหม่

 เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือชุดใหม่สำหรับรถคุณ สิ่งที่คุณควรรู้และตรวจสอบทุกครั้งก็คือ

1.ควรเลือกใช้ยางที่มีขนาด ชนิดโครงสร้างของยาง ลักษณะดอกยาง และความลึกร่องดอกยาง ที่เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน

2.ควรเลือกใช้ยางยี่ห้อและรุ่นเดียวกันทั้งชุด หากจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรใส่ยางยี่ห้อ และรุ่นเดียวกันในเพลาหรือล้อคู่เดียวกัน

3.ควรเปลี่ยนยางทั้งชุดในคราวเดียวกัน เพื่อให้ประสิทธิภาพการใช้งานของยางทุกเส้นใกล้เคียงกัน หรือเปลี่ยนครั้งละ 2 เส้นในเพลาเดียวกัน

4.หากจำเป็นต้องเปลี่ยนคราวละ 2 เส้น ยางเส้นใหม่ควรติดตั้งที่ตำแหน่งล้อขับเคลื่อน

5.กรณีที่เลือกใช้ยางแบบทิศทางเดียว (uni-direction) ต้องตรวจดูทิศทางการหมุนของยางว่าถูกต้อง ไปตามทิศทางที่กำหนดหรือไม่ โดยสังเกตจากเครื่องหมายลูกศร ที่ระบุไว้บนแก้มยาง เพราะการใส่ยางกลับทิศทาง จะทำให้ประสิทธิภาพของยางในการรีดน้ำลดลง


การปรับตัวของยางใหม่

      ยาง รถยนต์เส้นใหม่ก็เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ใหม่ เมื่อเริ่มนำไปใช้งานจริง ก็ต้องมีการปรับสภาพตัวเองไปกับการใช้งาน หรือที่เรียกกันว่า ระยะรันอิน (run in) ดังนั้นในระยะ 100-200 กิโลเมตรแรก ของการใช้งาน จึงไม่ควรใช้ความเร็วสูงเกินไป ควรขับขี่อยู่ที่ความเร็วไม่เกิน 80-100 กม./ชม. เพื่อให้โครงยาง แก้มยาง และหน้ายางปรับสภาพไปกับการใช้งาน บนพื้นผิวถนน เนื่องจากมุมล้อของรถแต่ละคันนั้น ไม่ว่าจะเป็น มุมโท (toe) มุมแคมเบอร์ (camber) หรือ มุมคาสเตอร์ (caster) ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ยังเป็น การถนอมช่วงล่างของรถอีกด้วย



อายุการใช้งาน
ยางรถยนต์สามารถใช้งานได้นานกว่าที่เชื่อกัน ผมตีคร่าวๆ นะครับว่า ถ้าดอกยังไม่หมด ยางยังไม่แตกร้าว ก็ใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ และมีโอกาสที่จะใช้ได้เกิน 5 หมื่นกิโลเมตร หรือ 3 ปี หลังจากแถวๆ 5 หมื่นกม. หรือ 3 ปี ถ้าจะใช้งานต่อโดยที่ดอกยังเหลือ หรือร่องยางยังไม่ตื้นกว่า 1.6 มิลลิเมตร ก็สามารถใช้งานต่อได้ โดยให้ดูสภาพโดยรวมของยางบ่อยๆ ว่าแตกลายงา ร้าว ปริหรือไม่ แข็งกระด้างจนรับไม่ได้หรือไม่ 4 หมื่นกิโลเมตรหรือ 2 ปี ไม่ใช่ตัวเลขจากบริษัทยาง

ซึ่งบริษัทยางบอกว่ายางรถยนต์ทนทานกว่า นั้่้นมาก ทั้งๆ ที่เขาน่าจะอยากขายยางใหม่มาก ในแง่ผู้บริโภค จึงไม่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเสียดายทรัพยากรของประเทศโดยรวมที่จะต้องเสียไปกับส่วนนี้ และยางรถยนต์เก่าถือเป็นมลพิษอย่างหนึ่งของโลก ถ้าไม่ถูกรีไซเคิล หรือนำไปใช้งานด้านอื่นที่เหมาะสม สรุปว่ายางรถยนต์สามารถใช้ได้จนดอกเหลือเตี้ย 1.6 มิลลิเมตร โดยไม่มีกำหนดระยะทางหรือระยะเวลาตายตัว แต่ในช่วงหลังจากเกิน 3 ปี หรือ 5 หมื่นกม. ให้ดูสภาพและความแข็งของยางประกอบกันด้วยว่า สมควรใช้ต่อจนดอกเกือบหมดหรือไม่


ยางที่ดีที่สุดในทุกด้าน ยางรถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทและดีทุกด้าน ไม่มีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 สิงหาคม 2010, 14:04:02 โดย takzakub » บันทึกการเข้า
takzakub
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 173

Join Date: ก.ค., 2010


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 21:53:52 »

เรื่องที่สอง   195/55/r15    205/45/r16   215/45/r17   คืออะไร

ล้อของ  March
ล้อขอบ 15  ยาง 175/60/R15 (ยางติดรถV,VL)   ,   ล้อขอบ 14  ยาง 185/55/R15 (ยางติดรถ รุ่น s-el)


ขอยกตัวอย่าง   195/55/R15

R = ประเภทของยาง  R- RADIAL ยางเสริมใยเหล็ก

195  หมายถึง   ความกว้างของยาง  195mm   นะครับ    แต่ยางแต่ละยี่ห้อ  จะมีหน้าสัมผัสพื้น
ที่ไม่เท่ากันนะครับ ยาง 195 แต่หน้าสัมผัสพื้นอาจจะแค่ 175  แล้วแต่ยี่ห้อครับ  มันจึงเกิดการเกาะถนนต่างกันครับ

55      นั้นคือซีรีย์ยาง หรือความสูงต่ำของแก้มยาง  
โดยคำนวนเป็น %  จากหน้ากว้างของยาง ก็คือ  55% ของ 195 ครับ =195*55 หาร 100 = 107.25mm
คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า  ดูซีรีย์ยาง  เลขเยอะยิ่งแก้มสูง  บางครั้งไม่ถูกเสมอไปนะครับ
ยกตัวอย่างครับ
205-45-16  กับ 215-45-17     ดูแล้ว 45 เหมือนกัน  แต่ ความสูงไม่เท่ากันครับ
205/45 =92.25   แต่  215/45 = 96.75

15  คือ  15 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง ของวงล้อ  ถ้าจะคูณเป็น mm   คือ  15 x 25.4 ได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 381 มม.

ดังนั้น ถ้าจะดูแค่ว่า   ล้อจะสูงหรือต่ำกว่าเดิม มีวิธีคิดดังนี้

เอาขนาดแก้มยางคำนวนเป็น mm ตามที่บอก   55 = 107.25  แล้วคูณสอง  107.25*2= 214.5
(ที่ต้องคูณสองเพราะ  ได้ในส่วนของแก้มที่ติดพื้นถนน  และส่วนที่จะเลยขึ้นไปติดซุ้มล้อด้านบน)

แล้วบวกกับ   ขอบ 15  ที่คำนวนเป็น mm ก็คือ 381 mm

คือ 214.5+381 = 595.5 mm  ล้อนี้จึงมีความสูงจากพื้นขึ้นไป  595.5mm

ถ้าลองคำนวนดู
ยาง 165/70/R14 (ยางติดรถ) ความสูงจากพื้นคือ          586.6 mm
ยาง 175/60/R15 (ยางติดรถV,VL) ความสูงจากพื้นคือ    591 mm
ยาง 185/55/R15 ความสูงจากพื้นคือ                         584.5 mm
ยาง 185/65/R15 ความสูงจากพื้นคือ                         621.5 mm
ยาง 195/55/R15 ความสูงจากพื้นคือ                         595.5 mm
ยาง 205/45/r16  ความสูงจากพื้นคือ                         590 mm
ยาง 215/45/r17  ความสูงจากพื้นคือ                         626 mm

และที่แก้มยางยังมีบอกตัวเลข
87v  

87 คือค่าน้ำหนัก  การบรรทุก การรับน้ำหนัก


v  คือค่าเกี่ยวกับความเร็วสูงสุด   กม/ชม.
B ----- 50 km/h ----- 31 mph
C ----- 60 km/h ----- 37 mph
D ----- 65 km/h ----- 40 mph
E ----- 70 km/h ----- 43 mph
F ----- 80 km/h ----- 50 mph
G ----- 90 km/h ----- 56 mph
J ----- 100 km/h ----- 62 MPH
K ----- 110 km/h ----- 68 MPH
L ----- 120 km/h ----- 75 MPH
M ----- 130 km/h ----- 81 MPH
N ----- 140 km/h ----- 87 MPH
P ----- 150 km/h ----- 93 MPH
Q ----- 160 km/h ----- 99 MPH
R ----- 170 km/h ----- 106 MPH
S ----- 180 km/h ----- 112 MPH
T ----- 190 km/h ----- 118 MPH
U ----- 200 km/h ----- 124 MPH
H ----- 210 km/h ----- 130 MPH
V ----- 240 km/h ----- 150 MPH
W ----- 270 km/h ----- 168 MPH
Y ----- 300 km/h ----- 186 MPH
Z ----- over 240 km/h ----- over 150 mp

ปล. จะได้คำนวนกันได้ถูกว่า  เราอยากได้แบบไหน

ข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนขนาดขอบกระทะล้อ และยาง

      การ เปลี่ยนขนาดของขอบกระทะล้อ และยางนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนให้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากขึ้น หรือน้อยลงก็ตาม มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

      การเปลี่ยนกระทะล้อ ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้น แต่ใช้ยางที่มีขนาดความสูงของแก้มยางต่ำลง หรือ มีซีรี่ส์ต่ำลง มีข้อดีก็คือ ช่วยเพิ่มการทรงตัว และยึดเกาะถนน ขณะที่ใช้ความเร็วบนทางตรง และทางโค้ง ได้ดียิ่งขึ้น การเบรกก็ทำได้ดีกว่าเดิม แต่ข้อเสียก็คือ การต้องใช้แก้มยางที่ต่ำลง ทำให้ช่วงล่างสึกหรอเร็ว และความนุ่มนวล ในการขับขี่ลดลง

      ส่วนการเปลี่ยนขนาดกระทะล้อ ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้น และใช้ยาง ที่มีขนาดความสูงของแก้มยางเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้น ข้อดีคือ มีความนุ่มนวลเพิ่มขึ้น แต่อัตราเร่งอาจลดต่ำลงกว่าเดิม การทรงตัวในขณะขับขี่ ด้วยความเร็วสูงก็จะไม่ดีเท่าที่ควร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 สิงหาคม 2010, 11:04:37 โดย takzakub » บันทึกการเข้า
Pimsain29 ®
Extreme Member
******

คะแนนชื่นชม (Like) 93
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5586

Join Date: พ.ค., 2010


tatsa_rx@yahoo.com/BUM


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 22:07:31 »

โอ้..ว้าวว 07 Hi
บันทึกการเข้า

>>>>  MARCH..is...MOSO <<<<

M.......OSO            (สังคมแห่งความพอเพียง)
A....vailable             (ทุกสิ่งอย่างหาได้ในบ้านเรา ก็ผลิตในนี้ไง)
R....esponsibility       (คือความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม)
C....omfortable        (ก็มาร์ช ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แถมถูก อีกตังหาก)
H....higher Quanlity   (คุณภาพที่เหนือกว่า เทียบกับราคาที่เสียไป)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
EMT (Green) ----->>>> .... V (Green) ----->>>....  VL (Green)
ู^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=9594.msg207383#msg207383
Helium®
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 325

Join Date: ส.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 22:16:34 »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

<<<SILVER BRONZE SUPER NEO >>> GO WITH  <<< SPRING GREEN VL >>>
takzakub
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 173

Join Date: ก.ค., 2010


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 22:21:48 »

เรื่องของ  ล้อ

OFFSET หรือ  ET  คืออะไร


ออฟเซ็ต คือ ระยะห่างระหว่าง หน้าแปลนยึดดุมล้อ (Hub Mounting Surface) ภายในล้อแม็กซ์ กับขอบกระทะล้อด้านนอก นับจากจุดกึ่งกลางเป็นจุดตั้ง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร





ออฟเซ็ตศูนย์ (Offset Zero)
คือตำแหน่งยึดดุมล้ออยู่ศูนย์กลางล้อพอดี (นึกถึงถ้าเราเอาล้อแม็กซ์กว้าง 8 นิ้ว มาผ่าครึ่ง จะวัดได้จุดศูนย์กลางที่ 4 นิ้ว แล้วหน้าแปลนยึดดุมล้อด้านในอยู่ตรงที่ตำแหน่งยึดดุมล้อนั้น อยู่กลึ่งกลางพอดี) เรียกว่าออฟเซตศูนย์


ออฟเซ็คบวก ( Positive Offset)  + จากจุดกึ่งกลางล้อออกไปนอกตัวรถ
คือตำแหน่งยึดดุมล้อ เยื้องออกมาด้านหน้า (ด้านนอกรถ หรือด้านหน้าของแม็กซ์) เริ่มจากจุดศูนย์กลางของล้อ ถ้าหน้าแปลนยึดดุมเริ่มเดินหน้าออกมา ถือว่าเป็น ออฟเซตบวกทันที เช่นเดินหน้าออกจากจุดศูนย์กลางมา 1 มิลลิเมตร เรียก +1 ถ้าเดินหน้าออกมา 10 มิลลิเมตร เรียก + 10 หรือเดินหน้าออกมา 35 มิลิเมตรเรียก + 35mm เป็นต้น สังเกตง่ายออฟเซตยิ่งติดบวกมาก ลายด้านหน้าของล้อแม็กซ์ ก็จะออกมามาก หรือแทบออกมาเสมอกับขอบล้อด้านนอกเลย


ออฟเซ็ตลบ (Negative Offset)  -  เข้าหาในตัวรถ
ตรงข้ามกับออฟเซตบวก พวกนี้ตำแหน่งยึดดุมล้อจะถอยเข้าไปด้านในของล้อ นับจากจุดศูนย์กลางล้อ ยิ่งถอยเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งติดลบมากเพียงนั้น ล้อแม็คพวกนี้สังเกตได้คือ ลายด้านหน้าของแม็กซ์จะอยู่ลึกเข้าไปด้านในจากขอบล้อด้านนอก ยึ่งลึกมากยิ่งติดลบมากหรือที่เรียกๆกัน แม็กซ์ออฟลึก (โคตร) นั่นเอง

ตัวอย่าง
ล้อที่ผมเตรียมมาเป็นล้อขนาด 17 นิ้ว ความกว้างที่ระบุไว้ เป็นตัวเลขคือ 7.5 นิ้ว อยากรู้ว่า Offset มีค่าเท่ากับเท่าไร
วิธีวัด
1.ใช้ไม้ หรือวัสดุแข็งๆ ตัดทาบที่หน้าขอบด้านนอกของล้อ ทั้งด้านหน้า และหลัง อย่าให้สัมผัสกับหน้ายาง
2.วัดขนาดความกว้างรวมของล้อ ตั้งแต่ขอบกระทะด้านนอก จนถึงด้านใน มีหน่วยเป็นเซนติเมตร
3.วัดระยะห่างจากหน้าแปลนยึดดุมล้อ ด้านใน จนถึงกระทะขอบล้อด้านนอก
4.นำตัวเลขรวมความกว้างทั้งหมด ลบกับ ตัวเลขระหว่างหน้าแปลนยึดดุม มาลบ กับระยะขอบล้อของด้านที่จะวัด (เพราะปกติความกว้างของล้อจะไม่นับรวมกับ ความกว้างของขอบกระทะที่ยึดกับยาง ทั้ง 2 ด้าน)
สูตรคำนวณ
- กระทะขนาด 7.5 นิ้วหรือตามทฤษฏี = 18.8 เซนติเมตร ดังนั้น Offset Zero ของล้อจะ = 9.4 เซนติเมตร
- ขนาดที่วัดได้จริงจากขอบล้อด้านนอกถึงด้านใน = 20 เซนติเมตร
- เพื่อหาขนาดขอบล้อทั้ง 2 ด้านจะนำระยะวัดจริงลบกับระยะทางทฤษฏี แล้วหารสอง (20 – 18.8) / 2 = 0.6 เซนติเมตร เป็นค่าระยะขอบกระทะแต่ละด้าน
- วัดระยะจากหน้าแปลนยึดดุมล้อ ถึงขอบกระทะได้ = 14 เซนติเมตร
- คำนวณหาระยะ Offset = (ระยะวัดจากหน้าแปลนถึงขอบกระทะ) - (ระยะ Offset Zero) ( ระยะขอบกระทะ ) = 14 – 9.4 – 0.6 = 4 เซนติเมตร
***ดังนั้น Offset ของล้อวงนี้จะออกจากจุด Offset Zero ไปด้านนอก หรือ ติดบวก 4 เซนติเมตร หรือ 40 มิลิเมตร จึงเรียกได้ว่า Offset + 40 นั่นเอง

วิธีแก้ไข กรณีที่ Offset ไม่พอดี

ล้อหุบมากเกินไป (ออฟเซ็ตติดบวกมากไป)
ล้อ และยางหุบเข้าไปในซุ้มล้อมากเกินไป อาจไปชนกับช่วงล่าง ของรถ หรือ ล้อที่หุบเข้ามากไปจะทำให้การขับขี่ของรถไม่ดี ไม่สวยงาม
วิธีแก้ไข

1.เสริมสเปเซอร์
ถ้าระยะไม่มากซัก 1 - 2 เซนติเมตร มักจะใช้เป็นสเปเซอร์แบบอลูมิเนียมเจาะรู เสริมวางเข้าไปก่อน แล้วนำล้อมาใส่ ไขน๊อตติดให้แน่น สังเกตถ้าน็อตล้อสั้นเกินไป ต้องเปลี่ยนน็อตล้อให้ยาวขึ้นเพื่อป้องกันน็อตล้อหลุด ข้อดีคือง่าย และ ประหยัด ข้อเสียคือ เซนเตอร์ล้ออาจผิดพลาด สเปเซอร์แบบอลูมิเนียมมักเกิดอาการยุบ ล้ออาจเกิดอาการแกว่ง พวงมาลัยสั่น ศูนย์ล้อไม่ได้ หรือกลึงเป็นสเปเซอร์เหล็กถือว่าดีกว่า
2 . ต่ออแดปเตอร์  
ถ้าระยะห่างเกิน 2 เซนติเมตรขึ้นไป วิธีที่ดีคงต้องใช้ อแดปเตอร์มาไขติดกับดุมล้อของรถชั้นหนึ่งก่อน ต้องสังเกตุให้ดีว่าน็อตล้อนั้น ยื่นออกมาเกินอแดปเตอร์หรือไม่ ถ้าเกินต้องตัดน็อตให้สั้นลงเพื่อไม่ให้ไปติด หรือชนกับล้อแม็ค เหยียบเบรกไขน็อตยึดอแดปเตอร์ให้แน่นเท่ากันทุกตัวทั้ง 4 ล้อ แล้วจึงไขล้อติดกับอแดปเตอร์อีกครั้ง เลือกใช้ได้ทั้งอแดปเตอร์เหล็ก หรืออลูมิเนียมเกรดสูง หรือใช้อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยน PCD หรือระยะรูน๊อตล้อได้ในตัว การใช้อแดปเตอร์ถ้าเป็นแบบเหล็กกลึงขึ้นรูป คุณภาพต้องฝากไว้กับทางผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นลักษณะสั่งกลึงให้มีบ่ารับดุมล้อ และล้อแม็กซ์จะช่วยให้ได้เซนเตอร์มากขึ้น แต่ถ้าอแดปเตอร์มีความหนามาก จะทำให้มีน้ำหนักมาก เป็นภาระของช่วงล่าง และเครื่องยนต์ อะแดปเตอร์แบบอลูมิเนียมเกรดสูง ถือว่าน่าเลือกใช้กว่า แต่ราคาสูง หรือถ้าราคาถูกหน่อยคงต้องเป็นมือสองจากนอก การใส่อแดปเตอร์ถ้าเป็นไปได้ เมื่อใช้งานได้สักระยะควรถอดล้อออกมา แล้วไล่อัดไขน็อตอีกครั้งหนึ่ง

ออฟเซทเดิมๆ ของ  น้อง  March  ประมาณ +45  

สามารถใส่แม็ก  ออฟเซ็ทที่ทดแทนได้  +35 ถึง  +40


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2010, 23:25:36 โดย takzakub » บันทึกการเข้า
takzakub
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 173

Join Date: ก.ค., 2010


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2010, 22:50:08 »

เมื่อเข้าใจแล้ว


ผมมีเวปคำนวน  ล้อและยาง  ให้  ไปกดเล่นกันดูครับ

http://www.rimsntires.com/rt_specs.jsp?postId=906






ปล. ใครมีอะไรจะเสริมจะติง ก็ตามสบายครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 สิงหาคม 2010, 09:07:17 โดย takzakub » บันทึกการเข้า
Biere
Global Moderator
Extreme Member
*

คะแนนชื่นชม (Like) 649
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22467

Join Date: ก.พ., 2010


ReviewbyBiere.com


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2010, 21:01:07 »

ว้าววว ขอบคุณมากคร้าบบบบ ปักหมุดให้เลย  13 Smile
บันทึกการเข้า

kitsada24®
Extreme Member
******

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1211

Join Date: ส.ค., 2010



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2010, 21:13:25 »

ขอบคุณมากครับ

ล้อของ  March
ล้อขอบ 15  ยาง 175/60/R15 (ยางติดรถV,VL)   ,   ล้อขอบ 14  ยาง 185/55/R15 (ยางติดรถ รุ่น s-el)

ถ้า รุ่น E ล้อกะทะ  เปลี่ยนแม็ก รุ่น V จะทำให้รถสูงขึ้น หน้ายางสัมผัสจะน้อยลงว่าเดิม ถูกต้องไหมครับ

พอดีเปลี่ยนล้อแม็กแล้วรู้สึกรถสูงขึ้นนิดหน่อย 
บันทึกการเข้า

ล็อคเกียร์ยี่ห้อ Solex รุ่น คลิ๊กล็อค 3700 บาท

ล็อคล้อแบบ จราจร ราคา 1390 บ. จัดส่งทั่วประเทศ

ล็อคพวงมาลัย 1000 บาท
  ติดตั้งถึงบ้าน กรุงเทพปริมณฑล ช่างโรงงานโซเลสเดียวกันของแท้
    k กิจ 086-540-4505 
 http://www.thaimarch.com/index.php?topic=44631.new#newกดเลยมีรูป
coke65
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 267

Join Date: ธ.ค., 2011


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2012, 16:18:09 »

สุดยอดครับ
บันทึกการเข้า
ajiro
Jr. Member
**

คะแนนชื่นชม (Like) 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83

Join Date: ส.ค., 2012


1,200cc


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 พฤศจิกายน 2012, 16:35:13 »

ขอบคุณสำหรับขอมูลดีๆ
บันทึกการเข้า

March แปดริ้ว
win99
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4

Join Date: ม.ค., 2013



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 22 มกราคม 2013, 15:32:54 »

อยากได้แนวแต่งล้อแนว"Flus" 04 Kiss
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง I ประกันภัยรถยนต์ I ประกันรถยนต์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I Vegus168

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS