ThaiMARCH.comAOT
14 พฤศจิกายน 2018, 13:50:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
Leo Oil
Carmana
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! |พบปะสังสรรค์ : นัดหมาย Meeting และรวมภาพ meeting|

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคการขับรถ ECO CAR ด้วยเกียร์ออโต้ ระบบ CVT ขึ้นเขาสูงชันมากๆๆๆๆ  (อ่าน 7025 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Moo1968
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 10

Join Date: ม.ค., 2017


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 16 ตุลาคม 2018, 12:22:47 »

 รถนิสสันมาร์ช  อัลมีร่า  เป็น  รถ Eco Car เครื่องยนต์ขนาดเล็ก   บางท่านก็ว่าขึ้นเขาสูงชันไม่ไหว   บ้างท่านก็ว่าขึ้นได้    บางท่านไม่เคยลองของจริง  มีแต่น้ำลายพูดไปเรื่อย   คิดเอาเองต่างๆนาๆ   มีแต่ทฤษฏี    แล้วคุยโวโอ่อวด  ว่าเป็นผู้รู้   ทำให้หลายๆท่าน  เข้าใจผิด  เกิดความสับสน   แล้วเอาไปใช้งานจริง    ทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด ........    หลังจากนี้  เรามาดูของจริงกันครับ  

ผมเองมีรถใช้อยู่  สองคัน  สองค่าย  คันแรกฟอร์จูนเนอร์  MC  3000  ขับสี่ฟลูทาม  ออโต้  /  คันที่สอง นิสสันมาร์ช  ออโต้  ระบบ CVT

คันแรกไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากเป็นระบบเกียร์ออโต้  รุ่นเก่า  เครื่องยนต์แรงอยู่แล้ว

คันที่สองนี่น่าคิด  5 5 5  โดยปกติผมเองก็สายซิ่งอยู่แล้ว   คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  ถนนเมืองไทยคงไปได้หมด..... แต่แล้วมันไม่ใช่  5 5 5

ระบบเกียร์  CVT ของมาร์ชและอัลมีร่า  มี   P  R   N   D   L  และปุ่มกด  Sport  

ข้อมูลเบื้องต้น.....  รถผมเพิ่มสายแอร์โฟร์ซิ่งด้วยครับ  นอกนั้นเดิมหมด   เริ่มเลยผมเองขับรถไปเยี่ยมลูกชายที่  เชียงใหม่ ระยะทางขาไปประมาณ  500 กก.   รุ่งเช้ามีทริป   ขึ้นดอยอินทนนท์   ไปกัน สี่  คน  สัมภาระเต็มท้ายรถ  ผมเองหนัก 76 กก.   แม่บ้าน 55 กก.  ลูกชายคนโต  98 กก.   ลูกชายคนเล็ก  78  กก.  ดูจากสภาพ  น้องมาร์ชเราอาการแย่แน่เลย   เริ่มออกเดินทางตาม  GPS  ให้ไปทาง อ.สะเมิง  (ผมเคยไปมาแล้วเมื่อ 7 ปีกว่า คิดในใจว่ามันน่าจะคนละทางกัน)    เส้นทาง  ขึ้นทางสะเมิงถนนแคบผ่านหมู่บ้านตลอด   ขับไปกันเรื่อยๆ    ชักเริ่มสงสัย   มันไม่น่าจะใช่  แต่ก็คิดว่ามาแล้ว   ถอยหลังไม่ได้   ต้องเดินหน้าอย่างเดียว  เส้นทางนี้รถก็ไม่ค่อยมีด้วย  ขับไปสบายๆ  เริ่มขึ้นเขาสูงชัน   ผมก็เปลี่ยนมาใช้เกียร์ L  เร่งเครื่องขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา รอบเครื่องจะอยู่ประมาณไม่เกิน 3000 - 4000 รอบ สลับไปมากับเกียร์ D ถ้าชันมากก็ L ผมสังเกตุที่ไฟโชว์อุณหภูมิตลอด  (รถผมติดตัวเช็คความร้อนไว้ด้วย)  อุณหภูมิปกติก็จะอยู่ที่  82- 85 ไม่เกินนี้   แต่หลังจากเริ่มชึ้นเขาสูง   ความร้อนเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   ไปจนถึง 92  93  94  95  96  มีเสียงสัญญาณร้องปี๊ดเตือนขึ้นมา  (ผมตั้งเซ็นเซอร์อุณหภูมิไว้ที่ 96)  ผมเองเริ่มเอะใจ Oh My  God  มันมาถึง  96 องศาแล้วหรือนี่   แล้วระยะทางยังอีกไกลเลย  มันจะไหวไหมเนี่ย  ส่วนตัวผมพอมีความรู้อยู่บ้างว่า   มาร์ชเราอุณหภูมิสูงของเค้าแบบปลอดภัย  จะไปได้ถึง 108 องศา  ก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย  ช่วงไหนขึ้นสูงโหดๆ  จะอยู่ที่ 100 องศาแต่ทุกเนินก็ยังผ่านไปได้  มีอยู่ช่วงหนึ่ง  ใช้ D จนเพลิน   รถกลับไม่มีแรง  ขึ้นไม่ไหว   ผมเลยเปลี่ยนมา L แต่รถมันเหมือนไม่มีกำลัง   มันขึ้นช้ามากๆ   จนแม่บ้านถาม  มันจะไหวไหมเนี่ย   ผมก็กดคันเร่งจนมิด   มันก็ไม่ยอมส่งตัวให้  
 รถยังคงเดินแบบช้าลง  ช้าลง   จนความเร็ว  เหลือประมาณ 5  กม. ต่อ ชั่วโมง ผมสังเกตุอาการรถตลอด   เพราะใจคอก็ไม่ดีเหมือนกัน  มันเหมือนกับว่า  ในเกียร์ L ยังแยกออกเป็น  เกียร์ที่ทดต่ำ  และ  เกียร์ที่ทดต่ำมาก (ในเกียร์ L ยังแยกออกเป็น 2 เกียร์อีก)   สักครู่รอบเครื่องรถก็เริ่มขึ้นมา   ผมเองเหยียบคันเร่งจนมิด   แทบจะทะลุพื้นอยู่แล้ว   รถก็ยังคงเดินขึ้นไปเรื่อยๆ  มองไปข้างหน้า   โอ่อีกเป็น  100 เมตรเลย   จะเอาอย่างไรดีนะ   บอกลูกๆแล้วว่า   ถ้าไม่ไหวให้ลงจากรถให้หมด   ดันรถไว้แล้วหาก้อนหิน หรือหาไม้คอยหนุนล้อไว้  ...... โอ่ลุ้นเหนื่อยเลย    แล้วมันก็ค่อยๆเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ  ประมาณ  5 - 6  กม. ต่อ  ชม. แล้วมันก็ผ่านไปได้   แล้วก็ขับต่อมา
 ...... หลังจากนั้นมาผมก็จะขึ้นด้วยเกียร์ L ตลอดแล้วเลี้ยงรอบเครื่องไม่ให้ต่ำกว่า 2500 รอบ  ทุกอย่างก็ไม่เกิดปัญหา  

.... ณ.จุดนี้ทำให้ผมเริ่มสงสัยสายแอร์โฟร์ซิ่ง  ที่ผมใส่เข้าไปใหม่ว่ามันมีส่วนทำให้เครื่องร้อนและรถไม่มีกำลังหรือเปล่า    ผมจึงจอดรถข้างทางแล้วถอดสายแอร์โฟร์ซิ่งออก   ่แล้วผมก็ขับมาเรื่อบๆ   ขับมาถึงสามแยกก่อนที่จะขึ้นดอยอินทนนท์  อีก  22 กม.  เจ้า GPS  มันให้ตรงไป  ประมาณ 6 กม.  ก็สุดทางคอนกรีต   แล้วก็ลงทางดินลูกรัง    ผมถึงได้รู้ว่าเรามาผิดทางแล้ว ค๊าบบบบ   พี่ น้อง    จึงจอดถามร้านค้า   บอกให้ผมย้อนกลับไปใหม่   ขับลงไปประมาณ  6 กม.  แล้วเลี้ยวขวา    (แม่ค้าบอก  มีขับหลงมาหลายคัน  พี่เป็นคันที่ 20 แล้ว   หลังจากผมย้อนกลับ   ยังมีรถสวนกับผมอีก เป็น 10 คัน   ทุกคันบอกมาตาม GPS หมดเลย)  5 5 5

หลังจากถึงสามแยก  แล้วเลี้ยวขวา  เริ่มชึ้นดอยอินทนนท์ใหม่ อีก  22 กม.  รถเริ่มเยอะมากขึ้น   ผมก็ขับเหมือนที่ผ่านมา   แต่คราวนี้  รถมันเยอะ   บ้างคันก็ขึ้นไม่ไหว   บ้างคันก็ช้าจนเราเลี้ยงรอบเครื่องไม่ได้ (ให้อยู่ช่วง 2500 - 4000) ก็เลยเกิดอาการรถเดินขึ้นเขาเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น    คราวนี้กลายเป็นเราที่สร้างปัญหา   มีรถตามมาเป็นขบวน    แล้วรถผมก็ขึ้นเกือบไม่ไหวช้ามากๆ   ผมก็ชิดซ้ายเปิดไฟเลี้ยวให้รถข้างหลังแซงขึ้นไป แต่รถข้างหลังก็ช้าอยู่แล้ว   บางท่านไม่ชำนาญ  ก็เร่งไม่ขึ้นเหมือนกัน  โดยเฉพาะรถเกียร์ธรรมดา  ถ้าเลี้ยงรอบไม่ได้ก็จะหมือนรถไม่มีกำลัง   ผมเลยคิดไปว่า   เราคือตัวปัญหาเลยนะเนี่ย   ผมก็พยายามประคองอาการลักษณะนี้   อีก  5 - 6 ครั้งกว่าจะถึงยอดดอย   สุดท้ายผมก็มาถึง  แต่ผมสงสารเครื่องยนต์ กับเกียร์  น้องมาร์ชมากเลย   ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง    ขาลงผมก็ใช้เกียร์ L  สลับกับเหยียบเบรค   จนกลับถึงที่พัก  ...... จากนี้ไปคือไฮไลท์  ของจริงโปรดติดตาม  5 5 5  

ผมพอจะสรุปได้ว่า   สายแอร์โฟร์ซิ่งไม่ใช่ปัญหา   น่าจะเป็นที่ระบบเครื่องยนต์และเกียร์ และ สัมภาระที่มาก   5 5 5    ไม่โทษตัวเองเลยเน่อจ้าวนาย    ผมจึงนำสายแอร์โฟร์ซิ่งใส่กลับเข้าไปเหมือนเดิม

ก่อนนอนผมก็เปิด  อากู๋ไล่ดูตลอดว่าทำไม  น้องมาร์ช  ขึ้นเขา  ถึงไม่มีแรง ? ? ?  บ้างก็ว่าบรรทุกเยอะ    บางก็ว่าใช้เกียร์ผิด    บางก็ว่าต้องใช้เทคนิดส่วนตัว  เยอะแยะจิปาถะ....   อ่านไปหลายกระทู้    มาเจออยู่กระทู้หนึ่งเป็น  คนเชียงใหม่  ทำธุระกิจให้เช่ารถ   บอกดอยอ่างขางก็ขึ้นมาแล้ว  ด้วยรถ  Eco Car  ทั้งมาร์ช   อัลมีล่า   มิราจ   ท่านนี้แนะนำว่า   .....  

เวลาขึ้นเขาให้เราใช้ เกียร์ D ขึ้น   ไม่ว่าจะเขาสูงชันหรือเขาต่ำ   ให้ใช้ D  อย่างเดียว   ส่วนเกียร์  L  เอาไว้ลงเขา  หรือไต่เขาชันๆแบบช้าๆแบบชนิดเดินขึ้นเท่านั้น  ...... แล้วเวลาลงเขาไม่ชันหรือยาวมาก   ให้กดโหมด Sport  สลับกับเบรค   อย่าเบรคแช่นานๆ  เวลาเรากดโหมด Spord ระบบเกียร์  ของรถจะทดให้เราหนึ่งเกียร์   สังเกตุที่ หน้าปัดเวลากดโหมด Sport  รอบเครื่องจะขึ้นสูงเป็นการใช้เบรคเอ็นจิ้นไปในตัว   ถ้าลงยาว  ก็ดูรอบเครื่อง  (อย่าให้เกิน 2200 - 2800 รอบ)  แล้วเปลี่ยนมาใช้เกียร์ L ช่วย   เกียร์ L ก็อย่าให้รอบเครื่องเกิน 4000 รอบ  สลับกับการเหยียบเบรค ทำอย่างนี้  สลับกับไป รับรองได้ว่า  ทุกโค้ง   ทุกเขา   ที่ว่าสูงชัน  Eco  Car  เราพิชิดได้หมดค๊าบบบบ

จากนี้ไปคือข้อมูลในการใช้เกียร์ D ขึ้นเขาสูงชัน   การใช้เกียร์ออโต้ระบบ  CVT   ไม่เหมือนกับ  การใช้เกียร์  ออโต้ระบบเดิมๆ    เรามาดูกันว่า   การใช้เกียร์ CVT ด้วยเกียร์ D  ขึ้นเขาทำงานกันอย่างไร ....... คือเวลาเราขับรถขึ้นเขา  เราต้องใช้ทักษะส่วนตัว   ในการใช้ความเร็ว   การเลี้ยงรอบเครื่อง    เพื่อให้รถมีการส่งตัว    ด้วยแรงเหวี่ยงของตัวเอง   กรณีขึ้นด้วยเกียร์ D เราก็ขับขึ้นไปเรื่อยๆ  ถ้ารถช้าเริ่มกดคันเร่งแล้วรถไม่มีกำลัง   ให้เรายกเท้าคันเร่ง  แล้วกดให้จม  กำลังรถก็จะมาเอง  ด้วยระบบเกียร์  CVT อันชาญฉลาด  ทำแบบนี้ไม่เกินสองครั้ง   กำลังรถจะมาให้อย่างเหลือเฟือ   ไม่ว่าคันหน้าจะช้าอย่างไร   ให้เรายกคันเร่ง  แล้วกดจม ไม่เกินสองครั้ง  เราก็สามารถเร่งแซง   แล้วขับรถได้อย่างคล่องตัว    ..... หลังจากทราบข้อมูลมาเบื้องต้น   ..... รุ่งเช้าผมขอทดสอบชึ้นดอยสุเทพ   ขึ้นเขาอย่างเดียว  14  กม.   จนถึงยอดดอย

ผมใช้ทักษะ  ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น    ขึ้นเขาผมใช้เกียร์ D  พอรถไม่มีกำลัง   ผมจะยกคันเร่งแล้วกดคันเร่งให้จม   ทำแบบนี้ตลอดเส้นทาง    โอ่มันเป็นเรื่องจริงนี่หว่า  ไม่ได้โม้  ผมจัดหนักจัดเต็ม  แซงวีโก้   ฟอร์ดเรนเจอร์ตัวใหม่   วีออส   รวมถึงรถเมล์แดงของเจ้าถิ่น   แซงตลอดเส้นทางเลย   จนถึงยอดดอยเลย   โอ่โห   น้องมาร์ชเราทำไมกำลังมันช่างมากมายอะไรขนาดนั้น  

ขากลับออกจากเชียงใหม่   ผมให้ลูกชายขับ  กดมา  100 -140  ลูกชายบอกแอร์โฟร์ซิ่ง   ซิ่งสมชื่อเลยพ่อ   เส้นทางถนนเรียบ   ความร้อนปกติอยู่ที่  ไม่เกิน 85 องศา  กดหนักก็ประมาณนี้   แอร์โฟร์ซิ่ง  ดีจริงๆ    ทริปนี้ผมใช้ระยะทางไป 1450 กม.   ไม่มีปัญหาอะไร   เป็นการทดสอบแอร์โฟร์ซิ่งไปด้วย  ถือว่าสอบผ่าน  ความร้อนไม่ขึ้น   เหยียบติดเท้า  ไฟเอ็นจิ้นไม่โชว์   ตอนติดตั้งสายแอร์โฟร์ซิ่งเสร็จ  ก่อนออกเดินทาง 1 วัน   ผมก็นำรถออกมา Test  แล้ว  ใช้เครื่อง Data Comp. ของศูนย์  ตรวจสอบ  Code  และ  ค่าต่างๆ    ถือว่าปกติ

สรุป....    เหตุผลที่ รถ Eco Car  ระบบเกียร์ออโต้ CVT  ขึ้นเขาไม่มีกำลัง  คือเราใช้เกียร์ผิด และไม่ทราบระบบการทำงานของเกียร์ อย่างแท้จริง  ขอให้สนุกกับการขับรถขึ้นเขาสูงชันทุกท่านครับ    นี่ก็พิมพ์จนเมื่อยมือ   ถ้ามีปัญหา  โทรคุยกับผมเลยครับ   หมู :  0817403474        
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ตุลาคม 2018, 16:28:45 โดย Moo1968 » บันทึกการเข้า
jong
Extreme Member
******

คะแนนชื่นชม (Like) 51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1324

Join Date: มี.ค., 2012


ขอบคุณทุกท่านที่ชื่นชมครับ...ด้วยจิตคารวะ


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2018, 15:28:39 »

 
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆ
บันทึกการเข้า

รถ คันนี้  เด้อ ศรีสะเกษ
"คันเทียวทาง บ่ สุดเส้น  อย่าคืนหลัง ให้เขาซ่า 
สู้ไปตายดาบหน้า  เขาจั่งเอิ้นว่าดี"   ซั่นดอก ว้า !

แปลว่า " ถ้าหากเดินทางยังไม่ถึงจุดหมาย  ก็อย่า
กลับมาให้เขาพูดจาถากถางเย๊าะเย้ย  หรือถ้าหากทำอะไร
ก็จงพยายามทำให้สำเร็จ  อย่ายอมแพ้ ง่ายๆ  อย่าคืนกลับมา
ตั้งหน้าตั้งตา เดินต่อไป จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
สู้ต่อไป ทำต่อไป จนกว่าจะสำเร็จ  หรือ  ตายไปข้างหนึ่ง
นั่นแหละ เขาถึงจะยอมรับ  "  ว่าอย่างงั้น นะ!
Moo1968
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 10

Join Date: ม.ค., 2017


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 24 ตุลาคม 2018, 16:29:26 »

   หลังเดินทางกลับจาก เชียงใหม่ มาทำงานได้ 4 วัน ในวันศุกร์มีทริปต้องออกเดินทางช่วงห้าทุ่ม ปลายทาง อ.ปัว จ.น่าน แล้วต่อด้วย อ.บ่อเกลือ ไปชมบ่อเกลือโบราณ ระยะทางจาก อ.ปัว ไป อ.บ่อเกลือ ประมาณ 60 กม. ขึ้นลงเขาตลอดเส้นทางประมาณ 50 กม.
ผมว่าโหดกว่าดอยอินทนนท์ครับ มีโค้งหักศอก ขึ้นลง เป็น 10 โค้ง การเดินทางครั้งนี้ ผู้โดยสาร 4 คนพร้อมสัมภาระ ไปกัน 3 คัน (โตโยต้าตู้ แกนเวีย ดีเซลขับสี่ฟลูทาม อีซูซุ MU-X) ผมเป็นจ่าฝูง
เคสนี้เป็นการทดสอบกำลังของรถและเทคนิคการใช้้เกียร์ CVT ผมเปิดแอร์ขึ้นเลยครับ เวลาชึ้นใช้เกียร์ D อย่างเดียว เวลาลงเขาใช้ โหมด Sport สลับกับเกียร์ L แตะเบรค โดยรักษารอบเครื่องยนต์ ไม่ให้เกิน 4000 รอบ พยายามไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานหนักมาก และไม่ต้องใช้เบรคมากอาจไหม้ได้ ..... เทคนิคที่ใช้ก็เหมือนเดิม ยกคันเร่งให้สุดแล้วกดให้มิด ไม่เกิน 2 ครั้ง กำลังรถมาแบบเหลือๆ ในครั้งนี้สามารถขับจี่ก้นได้เลย คันข้างหน้าช้ามาก เราก็กดแซงได้เลย ...... สรุป..... รถนิสสันมาร์ช อีโก้คาร์ สามารถขับขึ้นเขาสูงชันได้ทุกที่ ค๊าบบบ พี่ น้อง ที่สำคัญประหยัดสุดๆ คล่องตัว รถผมใช้น้ำมัน E85 (เปลี่ยน หัวฉีด MR20T31 อย่างเดียว 2,700 บาท ใส่สายแอร์โฟร์ซิ่ง 500บาท) ระยะทางสองทริป โหดๆ ประมาณ 3000 กม.ระบบเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาอะไร รถผมมีกล่อง Smart Grage ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 100 องศา ความร้อนสูงสุดที่โชว์ขณะขึ้นเขา 101 องศา ลองนำเทคนิคของผมไปใช้ดูครับ ไม่ต้องไปฟังใครครับ ผมเองเป็นหนูลองยา ทดสอบให้เรียบร้อยแล้วครับ
 
บันทึกการเข้า
puo®
Extreme Member
******

คะแนนชื่นชม (Like) 143
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2774

Join Date: มี.ค., 2010


เจ้าออมเงินขายที่อายุ 7 ปี 11 เดือน 17 วันครับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 24 ตุลาคม 2018, 20:49:55 »

เยี่ยมครับ ผมใช้มันจนขายไปแล้ว ยังนึกถึงเจ้าออมเงิน(มาร์ช)อยู่เลย

 
บันทึกการเข้า

เจ้าออมเงิน ขอขอบคุณทุกท่านที่+1 ให้ค๊า....บ

***ประวัติการบำรุงรักษาที่สำคัญๆ***
- เปลี่ยนแบตเมื่อ25-3-56 (2 ปี 7 เดือน 14 วัน)
- เปลี่ยน นมก. , น้ำยาหม้อน้ำ เมื่อ17-5-56 (39,541 โล)
- ล้างตู้แอร์โดยไม่ถอดตู้ เมื่อ1-9-56  (46,500 โล)
- เติมน้ำยาแอร์ เมื่อ10-5-57 (63,xxxโล) (3ปี10เดือน)
- เปลี่ยนยางสี่เส้นเนื่องจากยางโดนหินมีรอยฉีกขาด เมื่อ 13-9-57 (70,807โล)
- เปลี่ยนมอเตอร์พัดลมไฟฟ้าเมื่อประมาณ เดือน พ.ย.57 (75,000โล)
- เปลี่ยนน้ำมันเกียร์รอบสอง และน้ำยาหม้อน้ำเมื่อ 14-2-58 (80,291โล)
- เปลี่ยนวาวล์และน้ำยาหม้อน้ำเนื่องจากวาวล์ยันจากการใช้แก๊สเมื่อ16-4-58 (83,xxxโล) (4ปี 8เดือน)
- เปลี่ยนซีลเสื้อเกียร์ ซ้าย-ขวา  เมื่อ 94,496 โล (ซีลมีอายุวิ่งประมาณ6-7หมื่นโล)
- เปลี่ยนซีลเสื้อเกียร์ ซ้าย-ขวา เมื่อ 125,990 โล (รู้สึกว่าซีลไม่ทนเลย)
- เปลี่ยนอะไหล่คลัชคอมแอร์ พร้อมเติมน้ำยาแอร์ใหม่ เมื่อ28-5-60 ที่ 129,xxx โล

*** สำหรับคนที่ไม่ชอบเปิดไฟเลี้ยวเวลาขับขี่รถ ***
- ขับขี่รถไม่เปิดไฟเลี้ยว กลับไปขี่เกวียนดีกว่าไหมพี่...? -

***ประวัติการเคลมฟรีจากนิสสัน***
1.เคลมเบรคคู่หลัง 2 ครั้ง (ขอบคุณนิสสันฮิปโปรลำปาง, และนิสสัน  
                                พระนคร2000 นนทบุรีครับ)
2.โช้คประตูหลัง  2 ครั้ง   (ขอบคุณนิสสันฮิปโปรลำปางครับ)
3.ซีลเพลาขับข้างขวา 1 ครั้ง (ขอบคุณนิสสันฮิปโปรลำปางครับ)
4.ซีลเพลาขับซ้าย-ขวา 1 ครั้ง (ขอบคุณนิสสันฮิปโปรลำปางครับ)
5.ซีลเพลาขับซ้าย1 ครั้ง ที่ ก.ม.145,268(ขอบคุณนิสสันฮิปโปรลำปางครับ)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

Banner Ad 728x90px

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อันดับ 1

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | ThaiAlmeraClub | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS