ThaiMARCH.comLAMINA
29 พฤษภาคม 2017, 22:20:37 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
GS Battery
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
Npshokai
AOT Aeropart NVYangyont
LOCKTECH Banner 310x100px TT Auto
Tisco Cash
Leo Oil
Lock Tech by Modern Technic Lock
MMM Thailand
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! นัดหมาย Meeting และภาพ meeting| สั่งซื้อสติกเกอร์คลับ

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แบตหมดสตาร์ทไม่ติด อย่าเพิ่งเปลี่ยนแบต  (อ่าน 394 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2017, 23:24:53 »

แบตหมดสตาร์ทไม่ติดอย่าเพิ่งเปลี่ยน เช็คดูให้แน่ใจก่อนไม่เสียหายครับ

สืบเนื่องจากผมเอารถเข้าศูนย์เช็คระยะ 60000 โลเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 แต่หลังจากนั้น 4 วันรถมีอาการสตาร์ทไม่ติดแบตหมด มันเกิดอะไรขึ้นผมได้แต่คิด เพิ่งไปเช็คระยะมาทำไมรถแบตหมดก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น ทางศูนย์มีใบตรวจเช็คแบตเตอรี่ให้มาด้วยหรือช่างทำอะไรกับแบตเตอรี่ผมเริ่มสงสัย หรือเป็นเพราะกล้องติดรถเพราะทำงานตอนจอดรถด้วย

พ่วงแบตครั้งที่ 1 จากนั้นผมก็เช็คดูทุกอย่าง ไดร์สตาร์ท กระแสไฟชาร์จแบต แบตอายุ 1ปี4เดือน เพราะถ้าไปที่ศูนย์แล้วข้อมูลไม่แน่นพอเสียเวลาเปล่าช่างก็จะบอกว่าปกติ เริ่มหาข้อมูลจากเพื่อนสมาชิก บางคนก็บอกว่า ecu คุมการชาร์ทแบตไม่ให้ชาร์ทเต็ม 100% ผมก็เริ่มค่อยเช็คละว่าแบตจะหมดอีกไหม

พ่วงแบตครั้งที่ 2 หลังพ่วงแบตครั้งแรกได้ 3 วันแบตหมดอีกแล้ว คราวนี้เริ่มกังวลจะเปลี่ยนแบตเลยดีไหมหรือจะลองดูก่อนดีเอารถไปเข้าศูนย์เคลมไดร์ชาร์จเลยดีไหม ผมตัดสินใจขอลองดูอีกทีดีกว่า จากนั้นก็สังเกตไฟแบตเตอรี่ตลอดว่าไฟต่ำลงไหมพอไฟต่ำลงก็สตาร์ทเครื่องกันไฟหมดและก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนมาเจอเรื่องฟื้นฟูแบตเตอรี่ในยูทูปและก็วิธีเช็คความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดในแบต ตรงนี้ทำให้ผมคิดได้ว่าช่างศูนย์ต้องเติมน้ำกลั่นให้ผมแน่ๆ แล้วอาจจะทำให้ความ ถ่วงจำเพาะของน้ำกรดน้อยลงแบตเลยไม่เก็บไฟ เพราะเช็คที่ตาแมวของแบตมันอยู่ระดับไฟแบตอ่อนตลอด

เมื่อมันใจว่าเป็นที่แบตแน่นอนก็เริ่มลงมือ อย่างแรกต้องหาตัวช่วยก่อน "ไฮโดรมิเตอร์ เครื่องมือวัดความถ่วงจำเพาะ" ของน้ำกรดในแบตเตอรี่ ถ้าความถ่วงจำเพาะน้ำกรดในแบตน้อยเกินไปจะทำให้การประจุไฟลดลงไฟแบตอ่อน


เมื่อทำการเช็คค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดก็อย่างที่เห็นค่าน้อยมาก เป็นทุกช่องเลยคงมีแต่น้ำกลั่น


จัดการเทน้ำกลั่นในแบตออกให้หมดแล้วใส่น้ำกรดใหม่เข้าไปแทน ตรงนี้ระวังหน่อยนะครับยังมีน้ำกรดเก่าเหลืออยู่ ตอนแรกผมซื้อน้ำกรดตรานี้มาแต่ความเข้มข้นน้ำกรดมันน้อยไป


เลยไปซื้อมาใหม่เป็นตรานี้ขวดละ 20 บาทใช้ไป 3 ขวด ค่าความถ่วงจำเพาะ ได้เลย 1.250




เสร็จแล้วล้างน้ำหน่อยจะเห็นว่าแบตเตอรี่กลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง ดูจากช่องตาแมวสีฟ้าชัดเจนเมื่อก่อนจะเห็นแต่สีขาวที่แสดงว่าแบตเตอรี่ไฟอ่อนอยู่ตลอด


ก่อนจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็ควรเช็คให้แน่ใจก่อนนะครับ ถ้าแบตลูกนั้นใช้งานมาไม่ถึง 3 ปีลองทำการฟื้นฟูแบตดูก่อนครับใช้มันให้ถึงที่สุดก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเพื่อความคุ้มค่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤษภาคม 2017, 00:12:49 โดย lovelovemeena » บันทึกการเข้า
jobyjob
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155

Join Date: พ.ย., 2016



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2017, 18:30:08 »

เป็นการพรีวิวที่ดีมากเลยครับ จะได้ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายก่อนเวลาอันควรได้ครับ
บันทึกการเข้า

lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 12:08:32 »

มาอัพเดทครับ หลังจากทำการฟื้นฟูแบตไปได้ 3 วันแบตหมดอีกแล้วครับ คือเมื่อวานตอนเช้าขับรถไปข้างนอกประมาณ 18 กิโลจอดรถไว้ประมาณ 20 นาทีกลับมาสตาร์ทไม่ติดแบตหมดเช็คไฟแบตเหลือ 11.6v จอดรถแป็บเดียวแบตหมดเกิดอะไรขึ้นมาคิดย้อนดูวันก่อนขับรถไปต่างจังหวัดก็ไม่เป็นอะไรหรือเพราะขับรถลุยฝนน้ำท่วมไฟช็อตลงกาวน์ แต่ตอนขับรถมาก็เห็นว่าไฟชาจ์ทอยู่ 12.1v หรือไดร์ชาร์ทไม่ชาร์ทแบต ดูแบตที่ตาแมวก็เป็นสีฟ้า ดีให้แท็กซี่พ่วงแบตให้ก่อนขับรถกลับบ้านระหว่างทางก็ดูที่ v-checker ไฟชาร์ทอยู่ที่ 14.5v พอถึงบ้านเช็คไฟแบตอีกทีได้ประมาณ 12.6v เลยจอดรถไว้อีกสักพักแล้วมาเช็คใหม่ไฟแบตก็ยังเท่าเดิม เมื่อคืนยันเช้าเช็คไฟก็ยังอยู่ประมาณ 12.5v เดี๋ยวต้องเช็คไฟลงกาวน์อีกทีถ้าไม่มี คงต้องเข้าศูนย์เช็คไดร์ชาร์ทแต่ก็ก่อนเข้าก็ต้องเช็คเองอีกทีให้ชัวร์
บันทึกการเข้า
Protector
Jr. Member
**

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56

Join Date: ม.ค., 2013


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 12:51:08 »

อยากจะบอกตั้งแต่วันแรกๆแล้วว่าไม่คุ้มหรอกครับ


เข้าใจแค่เรื่องความเข้มข้นของน้ำกรดยังไม่พอ
ต้องเข้าใจด้วยว่าน้ำกรดมันจางลงเพราะอะไรได้บ้าง

กระบวนการใช้งานแบตฯตามปกติ มันจะเปลี่ยนน้ำกรดที่จางให้กลับมาเข้มขึ้นเองได้อย่างไร
แล้วกรณีไหนบ้าง ที่น้ำกรดมันจางลงแล้วแต่ไม่กลับเข้มขึ้นอีก
ซัลเฟตเกาะหนาบนแผ่นธาตุคืออะไร
แผ่นธาตุล้มคืออะไร ฟื้นฟูได้ไหม
แผ่นธาตุเสื่อมคืออย่างไร ฟื้นฟูได้หรือเปล่า

ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตแบบตะกั่วกรดมีประมาณไหน
แบตฯ ที่วัดโวลต์ถึง แต่วัดแอมป์ไม่ถึง คืออย่างไร


โรงงานที่เค้ารับซื้อแบตฯเก่า เค้าเอามาล้างๆกันอย่างนี้
หรือเค้าเอาทั้งลูกไปขยี้ทิ้ง เพื่อรีไซเคิลเอาตะกั่วมาหลอมกลับมาใช้ใหม่กันแน่

อยากรู้ก็ดูคลิปทั้งหมด หรือดูนาทีที่ 41

https://youtu.be/e0izyYdTqe0


กบนอกกะลา ตะลุยเหมืองตะกั่ว สุดขั้วแบตเตอร์รี่
https://youtu.be/099aUHKdRMc


สำหรับผมแล้ว ไม่คุ้มมาล้างๆซ่อมๆ เองแบบนี้
ลงทุนเปลี่ยนแบตฯซื้อลูกใหม่ใช้งานเลยดีกว่า ใช้งานขับขี่ก็สบายใจกว่าครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พฤษภาคม 2017, 12:54:04 โดย Protector » บันทึกการเข้า
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 14:54:03 »

ขอบคุณครับ
จริงๆก็พอรู้แหละครับ เพียงแค่อยากแก้ปัญหาให้ถูกจุดเช็คไปที่ละสาเหตุ เปลี่ยนแบตไม่อยากครับแต่ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่หายมีอาการเหมือนเดิมจะเสียดายเงินเปล่า แบตผมอายุ 1ปี4เดือน แบตอาจจะยังไม่เสียก็ได้ผลเทสแบตของศูนย์ก็บอกยังดีอยู่ ผมก็แค่อยากลองตามหลักการ ถ้าทำแล้วใช้งานได้นานขึ้นก็ดี ตอนนี่ก็ว่าจะทำ Desulfator อยู่เหมือนกัน
ขอบคุณที่มาแชร์ขอมูลครับ
บันทึกการเข้า
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2017, 14:09:31 »

มาอัพเดทครับ
หลังจากทำการ Desulfator เพื่อสลายซันเฟตหรือขี้เกลือในแผ่นธาตุไปแล้วรู้สึกว่าแบตจะเริ่มเก็บไฟได้ดีขึ้น ดูจากตอนสตาร์ทโวล์ตกลงน้อยมาก การสลายซันเฟตต้องใช้เวลาครับแล้วก็ไม่หมดด้วย แต่ก็ช่วยให้แบตสามารถเก็บไฟได้เพิ่มขึ้น บอกก่อนนะครับว่าแบตที่จะทำการฟื้นฟูนนั้น แผ่นตะกั่วต้องไม่แตกหัก ต้องไม่ช๊อตข้ามช่อง อายุแบตไม่เกิน 3 ปีและซันเฟตต้องไม่เยอะเกิน
 
วงจรสลายซันเฟต battery desulfator นิยมเอามาพ่วงไว้กับแบตเตอรี่ หลักการทำงานวงจรจะปล่อยความถี่ออกมาเหมือนการเขย่าแบตให้ขี้เกลือมันหลุดแหละครับ แต่ราคานั้นบ้านเราที่เอาเข้ามาขายแพงเกินไป ผมว่าจะสั่งซื่อมาเองจะถูกกว่าหรือจะประกอบขึ้นเองก็ได้
แต่ตอนนี้ผมขอเลือกใช้ทีชาร์จแบตเตอรี่ทีมีวงจร desulfator รวมอยู่ด้วยดูก่อนซึ่งตัวเครื่องจะมีขี้นตอนในการชาร์จและฟื้นฟูนแบตอยู่ด้วย

ถึงตอนนี้ผมก็ยังใช้แบตลูกเดิมอยู่ครับตอนนี้ยังไม่เจออาการแบตหมด บางคนอาจจะบอกว่าซื้อแบตใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ แบตลูกนี้เป็นลูกที 2 แล้วครับตั้งแต่ซื้อรถมาลูกแรกแบตศูนย์ไปเมื่อครบ 1 ปีพอดีแบตลูกนี้ 1ปี4เดือน รถคันเก่าแบตผมเกือบ 3ปี ผมคิดว่า ECU คุมการชาร์จแบตของนิสสันนั้นมีส่วนทำให้เกิดซันเฟตในแบตได้ง่ายพอซันเฟตเยอะทำให้แบตเก็บประจุไฟได้น้อยลงเหมือนกับแบตเสื่อม ลองสังเกตุดูครับว่าแบตที่ใช้อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่ต้องซื้อที่ชาร์จแบบผมก็ได้ถ้าอยากลองหา battery desulfator มาติดไว้กับแบตเตอรี่ก็พอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 พฤษภาคม 2017, 14:21:14 โดย lovelovemeena » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

Banner Ad 728x90px

สินเชื่อ I บัตรเครดิต I ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อันดับ 1

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | ThaiAlmeraClub | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS