ThaiMARCH.comLAMINA
12 ธันวาคม 2017, 21:26:40 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Banner465x100px
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
Npshokai
AOT Aeropart NVYangyont
Tisco Cash
Leo Oil
Carmana
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! นัดหมาย Meeting และภาพ meeting| สั่งซื้อสติกเกอร์คลับ

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แบตหมดสตาร์ทไม่ติด อย่าเพิ่งเปลี่ยนแบต  (อ่าน 1697 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2017, 23:24:53 »

แบตหมดสตาร์ทไม่ติดอย่าเพิ่งเปลี่ยน เช็คดูให้แน่ใจก่อนไม่เสียหายครับ

สืบเนื่องจากผมเอารถเข้าศูนย์เช็คระยะ 60000 โลเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 แต่หลังจากนั้น 4 วันรถมีอาการสตาร์ทไม่ติดแบตหมด มันเกิดอะไรขึ้นผมได้แต่คิด เพิ่งไปเช็คระยะมาทำไมรถแบตหมดก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น ทางศูนย์มีใบตรวจเช็คแบตเตอรี่ให้มาด้วยหรือช่างทำอะไรกับแบตเตอรี่ผมเริ่มสงสัย หรือเป็นเพราะกล้องติดรถเพราะทำงานตอนจอดรถด้วย

พ่วงแบตครั้งที่ 1 จากนั้นผมก็เช็คดูทุกอย่าง ไดร์สตาร์ท กระแสไฟชาร์จแบต แบตอายุ 1ปี4เดือน เพราะถ้าไปที่ศูนย์แล้วข้อมูลไม่แน่นพอเสียเวลาเปล่าช่างก็จะบอกว่าปกติ เริ่มหาข้อมูลจากเพื่อนสมาชิก บางคนก็บอกว่า ecu คุมการชาร์ทแบตไม่ให้ชาร์ทเต็ม 100% ผมก็เริ่มค่อยเช็คละว่าแบตจะหมดอีกไหม

พ่วงแบตครั้งที่ 2 หลังพ่วงแบตครั้งแรกได้ 3 วันแบตหมดอีกแล้ว คราวนี้เริ่มกังวลจะเปลี่ยนแบตเลยดีไหมหรือจะลองดูก่อนดีเอารถไปเข้าศูนย์เคลมไดร์ชาร์จเลยดีไหม ผมตัดสินใจขอลองดูอีกทีดีกว่า จากนั้นก็สังเกตไฟแบตเตอรี่ตลอดว่าไฟต่ำลงไหมพอไฟต่ำลงก็สตาร์ทเครื่องกันไฟหมดและก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนมาเจอเรื่องฟื้นฟูแบตเตอรี่ในยูทูปและก็วิธีเช็คความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดในแบต ตรงนี้ทำให้ผมคิดได้ว่าช่างศูนย์ต้องเติมน้ำกลั่นให้ผมแน่ๆ แล้วอาจจะทำให้ความ ถ่วงจำเพาะของน้ำกรดน้อยลงแบตเลยไม่เก็บไฟ เพราะเช็คที่ตาแมวของแบตมันอยู่ระดับไฟแบตอ่อนตลอด

เมื่อมันใจว่าเป็นที่แบตแน่นอนก็เริ่มลงมือ อย่างแรกต้องหาตัวช่วยก่อน "ไฮโดรมิเตอร์ เครื่องมือวัดความถ่วงจำเพาะ" ของน้ำกรดในแบตเตอรี่ ถ้าความถ่วงจำเพาะน้ำกรดในแบตน้อยเกินไปจะทำให้การประจุไฟลดลงไฟแบตอ่อน


เมื่อทำการเช็คค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดก็อย่างที่เห็นค่าน้อยมาก เป็นทุกช่องเลยคงมีแต่น้ำกลั่น


จัดการเทน้ำกลั่นในแบตออกให้หมดแล้วใส่น้ำกรดใหม่เข้าไปแทน ตรงนี้ระวังหน่อยนะครับยังมีน้ำกรดเก่าเหลืออยู่ ตอนแรกผมซื้อน้ำกรดตรานี้มาแต่ความเข้มข้นน้ำกรดมันน้อยไป


เลยไปซื้อมาใหม่เป็นตรานี้ขวดละ 20 บาทใช้ไป 3 ขวด ค่าความถ่วงจำเพาะ ได้เลย 1.250




เสร็จแล้วล้างน้ำหน่อยจะเห็นว่าแบตเตอรี่กลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง ดูจากช่องตาแมวสีฟ้าชัดเจนเมื่อก่อนจะเห็นแต่สีขาวที่แสดงว่าแบตเตอรี่ไฟอ่อนอยู่ตลอด


ก่อนจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็ควรเช็คให้แน่ใจก่อนนะครับ ถ้าแบตลูกนั้นใช้งานมาไม่ถึง 3 ปีลองทำการฟื้นฟูแบตดูก่อนครับใช้มันให้ถึงที่สุดก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเพื่อความคุ้มค่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤษภาคม 2017, 00:12:49 โดย lovelovemeena » บันทึกการเข้า
jobyjob
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 7
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 298

Join Date: พ.ย., 2016



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2017, 18:30:08 »

เป็นการพรีวิวที่ดีมากเลยครับ จะได้ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายก่อนเวลาอันควรได้ครับ
บันทึกการเข้า

lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 12:08:32 »

มาอัพเดทครับ หลังจากทำการฟื้นฟูแบตไปได้ 3 วันแบตหมดอีกแล้วครับ คือเมื่อวานตอนเช้าขับรถไปข้างนอกประมาณ 18 กิโลจอดรถไว้ประมาณ 20 นาทีกลับมาสตาร์ทไม่ติดแบตหมดเช็คไฟแบตเหลือ 11.6v จอดรถแป็บเดียวแบตหมดเกิดอะไรขึ้นมาคิดย้อนดูวันก่อนขับรถไปต่างจังหวัดก็ไม่เป็นอะไรหรือเพราะขับรถลุยฝนน้ำท่วมไฟช็อตลงกาวน์ แต่ตอนขับรถมาก็เห็นว่าไฟชาจ์ทอยู่ 12.1v หรือไดร์ชาร์ทไม่ชาร์ทแบต ดูแบตที่ตาแมวก็เป็นสีฟ้า ดีให้แท็กซี่พ่วงแบตให้ก่อนขับรถกลับบ้านระหว่างทางก็ดูที่ v-checker ไฟชาร์ทอยู่ที่ 14.5v พอถึงบ้านเช็คไฟแบตอีกทีได้ประมาณ 12.6v เลยจอดรถไว้อีกสักพักแล้วมาเช็คใหม่ไฟแบตก็ยังเท่าเดิม เมื่อคืนยันเช้าเช็คไฟก็ยังอยู่ประมาณ 12.5v เดี๋ยวต้องเช็คไฟลงกาวน์อีกทีถ้าไม่มี คงต้องเข้าศูนย์เช็คไดร์ชาร์ทแต่ก็ก่อนเข้าก็ต้องเช็คเองอีกทีให้ชัวร์
บันทึกการเข้า
Protector
Jr. Member
**

คะแนนชื่นชม (Like) 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56

Join Date: ม.ค., 2013


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 12:51:08 »

อยากจะบอกตั้งแต่วันแรกๆแล้วว่าไม่คุ้มหรอกครับ


เข้าใจแค่เรื่องความเข้มข้นของน้ำกรดยังไม่พอ
ต้องเข้าใจด้วยว่าน้ำกรดมันจางลงเพราะอะไรได้บ้าง

กระบวนการใช้งานแบตฯตามปกติ มันจะเปลี่ยนน้ำกรดที่จางให้กลับมาเข้มขึ้นเองได้อย่างไร
แล้วกรณีไหนบ้าง ที่น้ำกรดมันจางลงแล้วแต่ไม่กลับเข้มขึ้นอีก
ซัลเฟตเกาะหนาบนแผ่นธาตุคืออะไร
แผ่นธาตุล้มคืออะไร ฟื้นฟูได้ไหม
แผ่นธาตุเสื่อมคืออย่างไร ฟื้นฟูได้หรือเปล่า

ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตแบบตะกั่วกรดมีประมาณไหน
แบตฯ ที่วัดโวลต์ถึง แต่วัดแอมป์ไม่ถึง คืออย่างไร


โรงงานที่เค้ารับซื้อแบตฯเก่า เค้าเอามาล้างๆกันอย่างนี้
หรือเค้าเอาทั้งลูกไปขยี้ทิ้ง เพื่อรีไซเคิลเอาตะกั่วมาหลอมกลับมาใช้ใหม่กันแน่

อยากรู้ก็ดูคลิปทั้งหมด หรือดูนาทีที่ 41

https://youtu.be/e0izyYdTqe0


กบนอกกะลา ตะลุยเหมืองตะกั่ว สุดขั้วแบตเตอร์รี่
https://youtu.be/099aUHKdRMc


สำหรับผมแล้ว ไม่คุ้มมาล้างๆซ่อมๆ เองแบบนี้
ลงทุนเปลี่ยนแบตฯซื้อลูกใหม่ใช้งานเลยดีกว่า ใช้งานขับขี่ก็สบายใจกว่าครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พฤษภาคม 2017, 12:54:04 โดย Protector » บันทึกการเข้า
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2017, 14:54:03 »

ขอบคุณครับ
จริงๆก็พอรู้แหละครับ เพียงแค่อยากแก้ปัญหาให้ถูกจุดเช็คไปที่ละสาเหตุ เปลี่ยนแบตไม่อยากครับแต่ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่หายมีอาการเหมือนเดิมจะเสียดายเงินเปล่า แบตผมอายุ 1ปี4เดือน แบตอาจจะยังไม่เสียก็ได้ผลเทสแบตของศูนย์ก็บอกยังดีอยู่ ผมก็แค่อยากลองตามหลักการ ถ้าทำแล้วใช้งานได้นานขึ้นก็ดี ตอนนี่ก็ว่าจะทำ Desulfator อยู่เหมือนกัน
ขอบคุณที่มาแชร์ขอมูลครับ
บันทึกการเข้า
lovelovemeena
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151

Join Date: ต.ค., 2014


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2017, 14:09:31 »

มาอัพเดทครับ
หลังจากทำการ Desulfator เพื่อสลายซันเฟตหรือขี้เกลือในแผ่นธาตุไปแล้วรู้สึกว่าแบตจะเริ่มเก็บไฟได้ดีขึ้น ดูจากตอนสตาร์ทโวล์ตกลงน้อยมาก การสลายซันเฟตต้องใช้เวลาครับแล้วก็ไม่หมดด้วย แต่ก็ช่วยให้แบตสามารถเก็บไฟได้เพิ่มขึ้น บอกก่อนนะครับว่าแบตที่จะทำการฟื้นฟูนนั้น แผ่นตะกั่วต้องไม่แตกหัก ต้องไม่ช๊อตข้ามช่อง อายุแบตไม่เกิน 3 ปีและซันเฟตต้องไม่เยอะเกิน
 
วงจรสลายซันเฟต battery desulfator นิยมเอามาพ่วงไว้กับแบตเตอรี่ หลักการทำงานวงจรจะปล่อยความถี่ออกมาเหมือนการเขย่าแบตให้ขี้เกลือมันหลุดแหละครับ แต่ราคานั้นบ้านเราที่เอาเข้ามาขายแพงเกินไป ผมว่าจะสั่งซื่อมาเองจะถูกกว่าหรือจะประกอบขึ้นเองก็ได้
แต่ตอนนี้ผมขอเลือกใช้ทีชาร์จแบตเตอรี่ทีมีวงจร desulfator รวมอยู่ด้วยดูก่อนซึ่งตัวเครื่องจะมีขี้นตอนในการชาร์จและฟื้นฟูนแบตอยู่ด้วย

ถึงตอนนี้ผมก็ยังใช้แบตลูกเดิมอยู่ครับตอนนี้ยังไม่เจออาการแบตหมด บางคนอาจจะบอกว่าซื้อแบตใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ แบตลูกนี้เป็นลูกที 2 แล้วครับตั้งแต่ซื้อรถมาลูกแรกแบตศูนย์ไปเมื่อครบ 1 ปีพอดีแบตลูกนี้ 1ปี4เดือน รถคันเก่าแบตผมเกือบ 3ปี ผมคิดว่า ECU คุมการชาร์จแบตของนิสสันนั้นมีส่วนทำให้เกิดซันเฟตในแบตได้ง่ายพอซันเฟตเยอะทำให้แบตเก็บประจุไฟได้น้อยลงเหมือนกับแบตเสื่อม ลองสังเกตุดูครับว่าแบตที่ใช้อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่ต้องซื้อที่ชาร์จแบบผมก็ได้ถ้าอยากลองหา battery desulfator มาติดไว้กับแบตเตอรี่ก็พอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 พฤษภาคม 2017, 14:21:14 โดย lovelovemeena » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

Banner Ad 728x90px

สินเชื่อ I บัตรเครดิต I ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อันดับ 1

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | ThaiAlmeraClub | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS