ThaiMARCH.comAOT
19 พฤศจิกายน 2018, 06:13:24 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
Leo Oil
Carmana
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! |พบปะสังสรรค์ : นัดหมาย Meeting และรวมภาพ meeting|

หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่ากันยาวๆเกี่ยวกับรถติดแก๊ส (เขียนเอง มั่วเอง อ่านกันเพลินๆละกันนะครับ)  (อ่าน 8284 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 18:16:04 »

แก๊สไม่ได้ทำร้ายเครื่องยนต์ ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์โทรมไว เครื่องยนต์เบนซินไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษก็สามารถใช้แก๊สได้!!



แล้วทำไมคนถึงพูดกันว่าใช้แก๊สแล้วเครื่องโทรม?

บอกก่อนเลยว่า แก๊สที่ได้รับการจูน(ทั้งปริมาณแก๊สและไฟจุดระบิด)มาอย่างดี จะมีอุณหภูมิขณะสันดาป "น้อยกว่า" ตอนใช้เบนซิน
เมื่อร้อนน้อยกว่า - ชิ้นส่วนข้างในก็ทนได้ดีกว่าตอนใช้เบนซิน

แต่ช่างตามอู่แก๊สจะมีซักกี่คนที่แตกฉานเรื่องการจูน
ซึ่งช่างเหล่านี้แหละที่ทำให้รถใช้แก๊สมีปัญหาเกี่ยวกับความร้อน แล้วก็มาโทษแก๊ส!!
บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 18:16:54 »

เมื่อจูนห่วยๆ - ร้อน - แล้วเกิดอะไรขึ้น


ส่วนที่พังไวสุดก็คือบ่าวาล์ว

สมมติอุณหภูมิตอนที่ใช้เบนซิน = 500 องศา
ถ้าใช้แก๊สแล้วจูนอย่างดี อาจเหลือแค่ 480 องศา
ถ้าจูนห่วยๆอาจสูงถึง 620 องศา

คราวนี้มาดูที่บ่าวาล์วกันบ้าง
ยี่ห้อที่เค้าว่าทนแก๊ส บ่าวาล์วอาจจะทนความร้อนได้สูงถึง 650 องศา
อีกยี่ห้อหนึ่งอาจทนได้แค่ 610 องศา
ลองพิจรณาดูนะครับ (ถึงตัวเลขจะสมมติขึ้นมาแต่ในความเป็นจริงก็เป็นแนวนี้แหละครับ)
บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 18:18:08 »

ลองดูค่าความร้อนจากการเผาไหม้แต่ละครั้ง ที่ผมคำนวณเองคร่าวๆนะครับ

อันนี้เป็นค่าความร้อนของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่ได้จากการเสิร์ชนะครับ
เบนซิน = 34.83 ต่อ "ลิตร"
LPG = 26.5 ต่อ "ลิตร"

ปกติเราจะซื้อเชื้อเพลิงเป็น "ลิตร" แต่ในเชื้อเพลิง 1 ลิตร เบนซินกับ LPG ได้น้ำหนักไม่เท่ากัน (ได้แก๊สน้อยกว่าประมาณ 25%)
เบนซิน หนัก 750 กรัม : ลิตร
LPG หนัก 550 กรัม : ลิตร

เพื่อให้มันเปรียบเทียบกันได้ ผมขอแปลงค่าความร้อนจากหน่วยลิตรเป็นกิโลกรัมนะครับ
เบนซิน (1000/750) x 34.83 = 46.67 ต่อ กก.
LPG (1000/550) x 26.5 = 48.23 ต่อ กก.

ถ้าดูแค่นี้ จะเห็นว่า LPG (มีค่าความ)ร้อน "มากกว่า" เบนซิน



แต่เวลาจะคำนวณค่าความร้อนจากการจุดระเบิดแต่ละครั้ง เราจำเป็นต้องเอาค่า A/F ratio มาคิดด้วย เพราะเชื้อเพลิงไม่ได้ใส่ตามใจชอบ แต่ต้องใส่ตามค่า A/F ที่เหมาะสมของเชื้อเพลิงนั้นๆ เพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์
ค่า A/F ของเชื้อเพลิงแต่ละชนิด
เบนซิน 14.7 (หมายความว่า อากาศ 14.7 ส่วน ใช้เบนซิน 1 ส่วน)
LPG 15.5
(จะเห็นว่า ถ้าอากาศ 1 ส่วน จะใช้ LPG น้อยกว่าอยู่ประมาณ 5%)

สมมติว่า มีอากาศ 100 ส่วน
ต้องใช้เบนซิน 100/14.7 = 6.8
LPG 100/15.5 = 6.45

เมื่อนำมาคิดรวมกับค่าความร้อน ก็จะได้ค่าความร้อนต่อการจุดระเบิดแต่ละครั้งเท่ากับ
เบนซิน 6.8 x 46.67 = 317
LPG 6.45 x 48.23 = 311


ที่มาของตัวเลข 0.8 ที่ใช้คำนวณความสิ้นเปลืองแบบคร่าวๆ ระหว่างเบนซินกับ LPG ก็คือ 25%-5% นี่แหละครับ



และ Octane สูงๆ ไม่ได้ช่วยให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ซึ่งดูตัวอย่างได้จากค่า Octane ของ LPG (105) และ CNG (120)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2012, 19:19:23 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 18:20:23 »

อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกไว้ว่า อุณหภูมิการเผาไหม้ของเบนซินที่ส่วนผสมแลมบ์ดา 1.0 นั้นสูงกว่าเมื่อใช้แก๊ส LPG หรือ CNG แต่เจ้าของรถที่ติดแก๊สหลายคนจะเคี่ยวเข็ญให้อู่แก๊สจูนบาง (แลมบ์ดามากกว่า 1.0) เพราะเขาต้องการความประหยัด เรื่องต่อมาคืออู่แก๊สไม่ได้จูนไฟจุดระเบิดให้เหมาะกับออคเทนสูงของแก๊ส ซึ่งเป็นเพราะเครื่องสมัยนี้ไม่มีจานจ่ายให้ปรับ

อาจารย์ท่านนั้นไม่ได้บอกเหตุผลไว้นะครับ ผมเลยลองสรุปเองได้ว่า

แก๊สนั้นมีค่าความร้อนต่อการจุดระเบิดแต่ละครั้งเทียบกับเบนซินแล้วน้อยกว่า เมื่อให้ค่าความร้อนน้อยกว่า อุณหภูมิที่เกิดก็ต้องน้อยกว่าตามไปด้วย รวมถึงแรงม้าก็น้อยกว่าเช่นกัน (ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว รถทุกรุ่นคงใช้หม้อน้ำขนาดเดียวกันได้หมด)




ส่วนที่หลายๆคนมักจะบอกว่า แก๊สอุณหภูมิสูงกว่านั้น ผมคาดว่าเค้าคงเอาตัวเลข Auto-Ignition Temperature มาใช้อ้างอิง ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับอุณหภูมิในการเผาไหม้เลยครับ มันเป็นตัวเลขซึ่งแสดงว่าเชื้อเพลิงนั้นๆจะติดไฟได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งประกายไฟ(จากหัวเทียน) ที่อุณหภูมิเท่าไหร่

The Auto-Ignition Temperature - or the minimum temperature required to ignite a gas or vapor in air without a spark or flame being present - are indicated for some common fuels below:

Gasoline   280 °C
Propane   470 °C
Butane   420 °C
Methane (Natural Gas)   580 °C
Ehtyl Alcohol   365 °C
Methyl Alcohol   385 °C
ที่มา http://www.engineeringtoolbox.com/fuels-ignition-temperatures-d_171.html




อีกตัวอย่างนึงครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2012, 19:42:32 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 18:49:29 »

ถ้าจูนไม่พอดีจริงๆ ทำไมถึงร้อนมากขึ้น?



ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการจูนบาง และ/หรือ องศาไฟจุดระเบิดไม่เหมาะสม

มาว่ากันในส่วนของจูนบางก่อน...
เมื่อจูนบางแปลว่า มีแก๊สในอัตราส่วนที่น้อยกว่าปริมาณที่เหมาะสมกับออกซิเจนในขณะนั้น ทำให้การจับคู่ระหว่างแก๊สกับออกซิเจนเป็นไปได้ช้า และเมื่อช้าไฟก็จะใช้เวลาในการลามนานขึ้น

และค่าออคเทนที่สูงของ LPG นั้น ก็มีส่วนทำให้การลามของไฟช้าไปด้วย




ทำไมไฟลามช้าถึงทำให้เครื่องร้อนขึ้น? (จะขอเล่าเฉพาะในส่วนที่ผมเข้าใจนะครับ)

สมมติตอนใช้เบนซินจุดระเบิดที่ 25 องศาก่อนศูนย์ตายบน และวาล์วไอเสียเริ่มเปิดเมื่อผ่านศูนย์ตายบนไปได้ซัก 130 องศา(ละกันนะ) ซึ่งเท่ากับว่าความร้อนก่อนที่จะปล่อยทิ้งไปจะกินเวลาอยู่ประมาณ 155 องศา

และในช่วงที่เริ่มจุดระเบิดก็จะยังไม่ร้อนมาก จะได้ค่าความร้อน+presure มากที่สุดก็ประมาณ 15 องศาหลังศูนย์ตายบน และอุณหภูมิจะลดลงเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป ซึ่งจะเห็นว่าไฟใช้เวลาในการลามทั้งหมดอยู่ 40 องศา
.
.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2012, 19:30:01 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

sakura_01
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33

Join Date: ธ.ค., 2010


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 19:05:40 »

เข้ามาเก็บความรู้  ขอบคุณครับ  02 Inlove
บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 19:06:35 »

ต่อ...


1.
ถ้าจูนแก๊สบาง - ไฟลามช้า การลามของไฟจะใช้เวลามากกว่า 40 องศา และเมื่อใช้เวลาในการลามของไฟนานขึ้น (สมมติว่าใช้ 60 องศา)ก็จะเหลือเวลาให้อุณหภูมิลดลง น้อยลงไปด้วย (จากเดิมที่มีเวลาให้อุณหภูมิลดลงทั้งหมด 115 ก็จะเหลือแค่ 95 องศา) ทำให้บ่าวาล์วไอเสียต้องเจอกับอุณหภูมิที่สูงกว่าที่เคยเจอ

และถึงแม้ว่าจะมีเครื่องยนต์เบนซินบางรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อให้เผาไหม้บาง (Lean Burn) โดยเฉพาะ ก็ยังต้องเจอกับปัญหาเรื่องความร้อนอยู่เหมือนกัน จึงทำให้ต้องใช้วัสดุภายในเครื่องที่ดีขึ้น

ซึ่งเป็นเพราะ ในการสันดาปแล้วมีออกซิเจนเหลือเยอะๆก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิสูงได้เหมือนกัน (ได้พลังงานน้อยแต่อุณหภูมิสูง) เปรียบเหมือนการเร่งออกซิเจนของหัวเชื่อม ที่ยิ่งเพิ่มออกซิเจนเท่าไหร่ไฟเชื่อมยิ่งร้อนขึ้นเท่านั้น

ตอนใช้เบนซินเดิมๆจากโรงงาน อุณหภูมิอาจเหลือแค่ 500 องศาตอนที่วาล์วเริ่มเปิด แต่พอใช้แก๊สแล้วจูนบางไป อุณหภูมิอาจเหลือถึง 620 องศา


2.
ค่าออคเทนที่สูงของแก๊ส มีผลให้การลามของไฟช้าลงอีกเช่นกัน
สมมติค่าออคเทนของแก๊ส ต้องใช้เวลาในการลามของไฟ 45 องศา ก็จะเหลือเวลาให้อุณหภูมิลดลงแค่ 110 องศาข้อเหวี่ยง) จึงต้องมีการจูนจังหวะไฟจุดระเบิดเพื่อเผื่อเวลาในส่วนนี้ด้วย




และทั้ง 2 กรณีข้างต้นนั้น ถ้าไม่ปรับจูนอย่างถูกต้อง ทั้งค่าพลังงานความร้อน และ presure ก็จะไม่ได้สูงสุดตรงจุดที่เครื่องยนต์ต้องการ
.
.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤษภาคม 2012, 09:33:39 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 19:17:58 »

ส่วนเรื่องที่บอกว่าใช้เบนซินแล้วจะมีตัวที่คอยรองบ่าวาล์ว - เพื่อลดการสึกหรอของบ่าวาล์วนั้น
สมัยก่อนก็เคยมีแบบที่ว่าอยู่ นั่นก็คือ สารตะกั่ว(ตัวร้าย)นั่นเอง

ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำบ่าวาล์วในสมัยนี้ไม่ต้องการเบาะรองบ่าวาล์วที่ว่านั่นอีกแล้ว ถึงจะใช้เบนซินก็ไม่มีตัวช่วยอยู่ดี เมื่อใช้แก๊สแล้วก็ไม่ต้องเอาน้ำมันเครื่องผสมเข้าไปช่วย ไม่มีประโยชน์!!




และไม่ต้องกลัวว่าบ่าวล์วหรือว่าวาล์วไอเสียจะแห้งเกินไปหรอกครับ เพราะฝั่งด้านไอเสียก็จะเจอแต่ "ไอเสีย" ที่โคตรแห้งและโคตรร้อนอยู่ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือว่าแก๊ส
ส่วนฝั่งไอดีนั้นไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่ เพราะฝั่งนั้นเจอแต่ "ไอดี" ที่ไม่ค่อยร้อนอยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2012, 19:25:42 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2012, 20:24:24 »

การเปรียบเทียบอัตรากินแก๊สของแต่ละคนนั้น ผมแนะนำว่าให้เปรียบเทียบกับตัวเองสมัยที่เคยใช้น้ำมันดีกว่าครับ

จะไปเทียบว่าคนอื่นทำไมวิ่งแก๊ส กม.ละ 1 บาท แต่ของเราได้ไม่เท่ากันนั้น คงไม่ถูกต้องนัก



ถ้าสมมติปกติวิ่งน้ำมันได้เฉลี่ยที่ 16.25 กม./ลิตร(น้ำมัน)
เมื่อใช้แก๊สก็ให้เอาค่าเฉลี่ยนั้น คูณ ด้วย 0.8

ก็จะได้เป็นอัตราสิ้นเปลืองแก๊สเฉลี่ยที่ 13 กม./ลิตร(แก๊ส)
(ถ้าเทียบกันแล้วไม่ใกล้เคียงแบบนี้เลย ขอให้สงสัยเกี่ยวกับการจูนแก๊สไว้ซักนิดครับ)


การจับระยะทางก็ใช้วิธีคล้ายกันคือ เติมแก๊สให้เต็มแล้วจดระยะทางไว้
ใช้แก๊สจนหมดถังแล้วจดระยะทางและปริมาณแก๊สที่เติมเข้าไปทั้งหมดไว้อีกที
นำระยะทางมาลบกัน แล้วหาร ด้วย ปริมาณแก๊สที่เติมเข้าไป เพื่อเทียบเป็น กม./ลิตร
ถ้าอยากรู้ว่าวิ่ง กม. ละกี่บาท ก็ค่อยจับมาหารกันอีกที
(นอกจากผมจะจับระยะทางแล้ว ผมยังรีเซ็ทค่า AVG ทุกครั้งที่เติมแก๊สเต็มด้วย ผมทำเพื่อเอาไว้เทียบเคียงความหนา/บางของแก๊ส และเอาไว้คำนวณปริมาณแก๊สที่เหลือในถัง)

ซึ่งการขับของแต่ละคนนั้น ย่อมได้ระยะทาง/ลิตร ไม่เท่ากันอยู่แล้ว รวมถึงราคาแก๊สแต่ละที่ก็ต่างกัน และฝีมือการจูนแก๊สของแต่ละร้านก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย

สมติผมขับได้ 13 กม./ลิตรแก๊ส และแถวบ้านผมแก๊สราคา 13 บาท เมื่อคำนวณมาแล้วก็ตกแค่ กม. ละ 1 บาท แต่ทั้งปีทั้งชาติคุณขับได้แค่ 11 กม./ลิตร(แก๊ส) และแก๊สที่คุณเติมราคา 14 บาท คุณย่อมไม่ได้ กม.ละ 1 บาทเหมือนผมแน่นอน (คุณจะได้แค่ กม.ละ 1.27 บาท เท่านั้น)

อย่าไปสั่งร้านแก๊สว่าให้จูนบางลงเพื่อให้เท่ากับคนอื่นเลยครับ เพราะมันอาจจะเป็นที่คนอื่นนั้นจูนแก๊สไว้บางก็ได้!!
อย่าลืมนะครับว่าการจูนแก๊สนั้นต้องจูนตามความต้องการของเครื่องยนต์ ไม่ใช่ตามความต้องการของคนขับหรือช่าง
บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2012, 17:19:15 »

การเลือกน้ำมันเครื่องสำหรับรถติดแก๊ส


จากข้อความในความเห็นต้นๆ (ที่ผมอธิบายมาซะยืดยาว) จะเห็นได้ว่าแก๊สไม่ได้ทำให้ร้อน และทำร้ายเครื่องยนต์ต่างไปการจากน้ำมันทั้งหลาย  เพราะฉะนั้นเคยใช้แบบไหนก็ให้เลือกเหมือนเดิมได้เลยครับ ไม่ต้องการหัวเชื้อพิเศษที่อ้างว่าเพื่อช่วยเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สใดๆทั้งนั้น

ถ้าใช้แก๊สแล้วจูนบาง - ร้อน
ต่อให้น้ำมันเครื่องวิเศษแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้นครับ เพราะเมื่อร้อนมากๆจนเกินลิมิตของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องมันจะสูญเสียคุณสมบัติและความหนืดลงไปมาก และมันก็อาจผ่านแหวนขึ้นไปยังห้องเผาไหม้ได้อีกด้วย รถจึงมีอาการกินน้ำมันเครื่องมากผิดปกติ (อาการเหมือนรถที่เครื่องยนต์หลวม)
และเมื่อมันใสมากเกินไป ความสามารถในการปกป้องเครื่องยนต์ก็จะไม่ดีเหมือนเดิม

การขยับความหนืดขึ้นไม่ได้ช่วยอะไร ทางแก้ของปัญหานี้คือการ "จูนแก๊ส"



ไม่ว่ารถจะแรงแค่ไหน อุณหภูมิทำงานของน้ำมันเครื่องก็จะอยู่ที่ค่าในระดับหนึ่ง (อาจจะประมาณ 100 องศา +/- มั้ง)
มันจะพยายามรักษาระดับอุณหภูมิเอาไว้เหมือนกับระบบของหม้อน้ำนั่นแหละครับ





ส่วนความรู้(นิดหน่อย)เกี่ยวกับน้ำมันเครื่อง ติดตามได้ในกระทู้นี้ครับ
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=34891.msg694777#msg694777
บันทึกการเข้า

sayplay
Hero Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564

Join Date: มี.ค., 2012



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2012, 17:40:36 »

อ่่านแล้ว ได้ความรู้ ใครยังไม่รู้ก็อ่านไว้ซะ เดี๋ยวไปตามอ่านกระทู้เก่าๆ ของเจ้าของกระทู้ก่อนนะ:16 Run:
บันทึกการเข้า

เครื่องเสียงมือสอง sub bassbox
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=60956.new#new
Blood_LiLiT
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17

Join Date: พ.ค., 2012


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 มิถุนายน 2012, 21:29:20 »

สุดยอดเลยครับ 06 Laugh
บันทึกการเข้า
NDong+®
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263

Join Date: พ.ค., 2011



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 มิถุนายน 2012, 23:15:54 »

อ่านแล้วมึนเลย  08 Wait สรุปคือมันอยู่ที่ความชำนาญของช่าง  04 Kiss
บันทึกการเข้า

suksala
Jr. Member
**

คะแนนชื่นชม (Like) 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59

Join Date: พ.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 3 มิถุนายน 2012, 23:30:04 »

ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลย
ความกลัวแก๊ส เริ่มลดลงแล้ว 07 Hi
บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2012, 20:17:16 »

มัลติวาล์วกับความปลอดภัยของคนใช้แก๊ส


1 ระบบจะจำกัดปริมาณเติมแก๊สไม่ให้เกิน 80-85% ของความจุถัง เพราะเผื่อไว้ตอนแก๊สขยายตัว

2 เมื่อแก๊สรั่ว ระบบจะตัดแก๊สทันที

3 เมื่อแรงดันในถังสูงเกิน ระบบจะปล่อยแก๊สออกมาเพื่อป้องกันถังระเบิด

4 เมื่อเกิดไฟไหม้รถ ระบบจะปล่อยแก๊สที่มีแรงดันสูงเกินออกมา หรือถ้าอุณหภูมิสูงเกินระบบก็จะปล่อยแก๊สออกมาเหมือนกัน เพื่อเป็นการป้องกันถังแก๊สระเบิด (ไฟก็จะไหม้แก๊สที่ปล่อยออกมาด้วยแต่ถังไม่ระเบิด)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2012, 15:24:15 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

Banner Ad 728x90px

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อันดับ 1

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | ThaiAlmeraClub | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS