Nissan Krungthai
AOT Aeropart
MARCH NAVI Ning Auto
PTC GAS PTC GLASS COATING CENTER
MOSUTEN horse auto mirror
GENIAL RACING PROJECT Banner 465x100px
API Accessories TP-Aeropart E85 Kit MO AUTO
LOCKTECH Mahajak AudioBanner 310x100px
MC TECH Banner 310x100px   
http://www.clubs9.com/
SK2 Motor Sport
Energy-Reform
PTC Gas
Second Hand Car by Thongchai

Hot Issue! ขอเชิญรับรองประธานคลับฯ รุ่น3 (2557-59)| TMC Card+สติกเกอร์คลับ

Knowledge : การเติมลมยาง

(1/2) > >>

nummint:
เห็นพี่ๆ เพื่อนๆ ในบอร์ด สนใจเรื่องยางกันเยอะก็เลยขออนุญาตเอาเกร็ดความรู้ดีๆ มาฝากครับ
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ

======================================================

การเติมลมยาง



การเติมลมยางถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการดูแลรักษายางรถยนต์
ถ้าขาดการดูแลที่ดี จะเกิดผลเสียดังนี้

เติมลมน้อยเกินไป
ยางจะบวมล่อนได้ง่าย อายุการใช้งานลดลง ดอกยางสึกผิดปกติ
อาจจะสึกที่ขอบยางข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง สึกที่ไหล่ยางหรือสึกที่ปลายดอก
มีความฝึดที่ผิวสัมผัสมาก ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่าปกติ

เติมสูบลมมากเกินไป
เมื่อได้รับแรงกระแทกจะระเบิดได้ง่าย อายุการใช้งานลดลง ดอกยางโดยเฉพาะกลางหน้ายาง
จะสึกมาก ถ่ายเทการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกขึ้นสู่ตัวรถได้มาก ขาดความนุ่มนวล

การเติมลมของยางล้อคู่
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมลม และรักษาระดับแรงดันลมในล้อคู่ให้เท่ากันตลอดเวลา
ไม่เช่นนั้นยางเส้นที่มีแรงดันมากจะรับน้ำหนักมาก ชำรุดเสียหายง่าย สึกหรอผิดปกติ
เส้นที่เติมลมน้อยจะรับน้ำหนักน้อย การสึกของยางจะไม่เรียบเสมอกัน หรือสึกอย่างผิดปกติ

- ไม่ควรปรับความดันลมยางในขณะยางร้อน เนื่องจากความร้อนทำให้อากาศขยายตัว
- ยางเรเดียลเส้นลวดต้องเติมลมมากกว่ายางผ้าใบธรรมดา

ความแตกต่างของแรงดันลมเพียง 1 ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 14 ปอนด์/ตร.นิ้ว
จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 400 ก.ก. ถ้าแรงดันลมต่างกัน 2 ก.ก./ซ.ม.2
หรือ 28 ปอนด์/ตร.นิ้ว จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 800 ก.ก.
ในกรณีแรงดันลมต่างกัน 2 ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 28 ปอนด์/ตร.นิ้ว ยางเส้นที่เติมลมมาก
จะมีอายุใช้งานเพียง 70% เส้นที่ลมยางอ่อนจะมีอายุการใช้งานเหลือเพียง 45%
การเติมลมให้เท่ากันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะฉะนั้น จึงควรเติมลมให้พอดี ตามเกณฑ์ที่โรงงานกำหนดหรือพิจารณาให้สอดคล้องกับ
สภาพการใช้งาน นอกจากต้องเติมลมให้ถูกต้องแล้วจะต้องมีการตั้งศูนย์ล้อ ตั้งมุมของล้อหน้าให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานของรถยี่ห้อนั้นๆ อีกด้วย

การตรวจเช็คลมยาง
ควรตรวจเช็คในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ และเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องควรเติมลมยางให้ได้ตามมาตรฐานที่บริษัทรถกำหนด

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บยางไว้นานๆ
ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยางสัมผัสกับความร้อน แสงแดด ลม ฝน ความชื้น น้ำมัน
และสารเคมีต่างๆ หากสามารถปฏิบัติได้ตามนี้ อายุการใช้งานของยางก็จะยาวนานขึ้น

ที่มา : http://www.bridgestone.co.th

Biere:
ข้อมูลมีประโยชน์ ขอบคุณมากคร้าบบบบ

welovemarch:
ขอบคุณครับ  :07 Hi: ผมเพิ่งไปเปลี่ยนยางรถมาสักเดือนกว่า แล้วเค้าเติมไนโตรเจน มาให้ พี่ๆผมเค้าก้อบอกว่าดีตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้ไป ลองสักที ลองแล้วก้อดีเหมือนกัน ข้างล่างเป็นข้อดีที่คนอื่น post ไว้เลยเอามาให้ดูกัน

     1. ลดอัตราการระเบิดของลมยาง เพราะก๊าซไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย การยึดติดกันของโมเลกุลคล้ายวุ้น ทำให้การขยับตัวเคลื่อนที่ช้า โมเลกุลเสียดสีกันน้อย จึงทำให้ลมภายในยางเกิดความร้อนสะสมน้อย แรงดันลมในยางจึงเปลี่ยนแปลงไม่มาก ทำให้ยางมีโอกาสระเบิดน้อย (ส่วนมากยางที่ระเบิดเกิดจากแรงดันลมในยางเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับโครงผ้าใบเริ่มเสื่อมคุณภาพจึงเกิดการระเบิด) ล้อที่เติมลมไนโตรเจนแล้วยังมีความร้อนอยู่บ้าง เนื่องจากการเสียดสีของลูกปืนล้อ เบรก ที่ส่งผ่านกระทะล้อมาสู่ยาง และเกิดจากยางเสียดสีกับพื้นถนน ถ้ารถวิ่งทางตรงยางจะเสียดสีกับถนนน้อยกว่าในขณะเลี้ยว แต่ 80% ของการขับขี่คือการหักเลี้ยวตามโค้งถนนหรือแซงและหลบ

     2. นุ่มนวลและลดเสียงดังจากยางกระทบพื้น เพราะก๊าซไนโตรเจนมีกายึดติดของโมเลกุลคล้ายวุ้น ทำให้เคลื่อนที่ช้า เมื่อยางกระทบกับคลื่นตะเข็บของถนน ยางจะเคลื่อนที่ยืดหยุ่นตัวช้าลง ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น และลดเสียงดังของยางไปได้มาก (ถ้ายางซีรี่ส์ต่ำจะเห็นผลน้อย ถ้ายางซีรี่ส์สูงๆ จะเห็นผลได้มาก หรือถ้ายางที่ร่องดอกยางห่างๆ จะเห็นผลและเงียบลงไปมาก)

     3. ไม่ทำให้กระทะล้อเป็นสนิมและแป้งที่เคลื่อบยางก็ไม่เป็นก้อนในท้องยาง เพราะในการเติมลมยางด้วยไนโตรเจนทำให้ในยางมีปริมาณออกซิจนอยู่น้อย ถ้าออกซิเจนไปรวมตัวทำปฏิกิริยากับเหล็กหรืออลูมิเนียมจะทำให้เกิดสนิมที่ บริเวณกระทะล้อได้ และถ้าออกซิเจนไปรวมตัวกับไฮโดรเจนซึ่งปะปนอยู่ในลมยาง จะทำให้เกิดเป็นหยดน้ำ H2O หยดน้ำนี้เมื่อกลิ้งอยู่ในท้องยางจะทำให้แป้งที่อยู่ในท้องยางรวมตัวกันเป็น ก้อนกลิ้งอยู่ในท้องยาง และขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ถ้าก้อนแป้งนี้มีมากหรือขนาดใหญ่พอที่จะทำให้พวงมาลัยรถสั่นได้ ต้องถ่วงล้อใหม่ แต่มักจะถ่วงไม่ลง ถ้าหากไม่นำเอาก้อนนี้ออกก่อน
     
     4. ไม่ต้องเติมลมหรือเชคลมยางบ่อยๆ เพราะอะตอมของไนโตรเจนมีขนาดโตกว่าออกซิเจน ซึ่งออกซิเจนสามารถซึมเข้าออกเนื้อยางได้ แต่ไนโตรเจนไม่สามารถซึมผ่านได้ ดังนั้นเมื่อเติมไนโตรเจนจึงทำให้ลมยางไม่ค่อยลดลง จากที่เคยทดลอง 3 เดือน มีการลดลงประมาณ 1 ปอนด์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ในการเติมลมยางเราไม่เติมลมไนโตรเจนเข้าไป 100% เพราะออกซิเจนจากภายนอกจะซึมเข้าหาภายในยาง ทำให้แรงดันลมยางเพิ่มขึ้น โดยปกติจะเติมไนโตรเจนเข้าไป 95% - 97% ให้ออกซิเจนเหลือภายในยางเพื่อต้านออกซิเจนที่จะแทรกจากอากาศภายนอก เพราะฉะนั้นถ้านำไนโตรเจนแบบถังไนโตรเจน 100% มาเติมลมยาง พอใช้ไปออกซิเจนจากภายนอกจะแทรกเข้าไปทำให้ลมยางเพิ่มขึ้นเอง (คุมแรงดันลมไม่ได้)
   
     5. ยืดอายุยาง เพราะในยางรถยนต์ประกอบด้วยสารเคมี ถ้ามีออกซิเจนอยู่มาก ออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากับเคมีทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพเร็ว และเนื่องจากไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย ทำให้ยางมีความร้อนน้อย มีผลให้ยางสึกหรอน้อยตามไปด้วย

Rookie®:
มีประโยชน์มากๆ

boyle:
.... ของท่าน ถ้า "แข็ง" มากเกิน เสี่ยงต่อการระเิบิดถ้าโดนของแหลม/ กระแทกแรง + ช่วงล่างไปไว + ตับไตใส้พุง
อยู่ไม่เป็นสุข

"แข็ง" พอดี ๆ ก็ประหยัดน้ำมัน ลดการเสี่ยงต่อการรเบิด

"อ่อน" ก็เสี่ยงต่อการระเบิดมากกว่า เพราะยางยุบ ๆ เด้ง ๆ ยางจะร้อน ระเบิดได้นะครับ (ใครว่าไม่ระเบิด)
แก้มยาง/โครงสร้างยางเสีย  ที่สำคัญ (โค ต ร ) เปลืองน้ำมันมาก ๆ และ ฯลฯ

ดังนั้น เติมตามที่รถรุ่นนั้น ๆ ระบุแล้ว + - 5 เอาที่ท่านชอบ ยกเว้น เดินทางไกล ต้องแข็งกว่า
ปกติ  (ลมมากดีตรงที่ลดความร้อนของยางเวลาใช้นาน ๆ หรือเดินทางไกล) ถึงที่หมายแล้ว
ค่อยปล่อยออกตามปกติ  :14 Smile:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Banner Ad 728x90px

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์

โปรโมชั่น Motor Expo ราคารถ ISUZU - อีซูซุ ราคารถ TOYOTA - โตโยต้า ราคารถ Honda - ฮอนด้า ราคารถ NISSAN - นิสสัน

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH.com | ThaiAlmeraClub.com | ThaiCelerioClub.com | ThaiFREED.com | ThaiErtigaClub.com | SuzukiSwiftClub.com |