ThaiMARCH.comAOT
25 สิงหาคม 2019, 06:43:42 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
PP Maga Auto
Leo Oil
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เชื้อเพลิงต่างๆกับรถ MARCH (รวบรวมจากความเห็นที่ผมเคยตอบกระทู้ไปนะครับ)  (อ่าน 21562 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 21:59:17 »


Nissan March เติมน้ำมันอะไรดี?



รถ March ต้องการน้ำมันที่มีค่า Octane ไม่ต่ำกว่า 91

น้ำมันที่ทางบริษัทให้เติมได้ก็มี
เบนซิน 95, 91
แก๊สโซฮอล์ 95, 91
และ E 20

ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่มีค่า Octane ไม่ต่ำกว่า 91 ทั้งนั้น
การเติม Octane สูงๆจึงไม่จำเป็น และน้ำมันที่มีค่า Octane สูงๆ ไม่ได้ช่วยให้ March แรงขึ้นมาได้  เติมแค่ 91 เครื่องก็ไม่ชิงจุดระเบิดก่อน(น็อค)แล้ว
ยกเว้นว่าไปปรับแต่งเครื่องยนต์มาใหม่ อาจจะจำเป็นต้องเติม 95 เพื่อป้องกันเครื่องน็อค

แต่ถ้ารถระบุให้เติม 95 แล้วเผลอไปเติม 91 รับรองว่างานเข้าแน่นอน



E 20 ดีมั้ย?  เติมไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง


ด้านความสิ้นเปลือง

E 10 มันมีค่า A/F ratio ต่างกับ E 20 ครับ
ถ้าใช้ E 20 ต้องใส่น้ำมันเข้าไปมากกว่า E 10 เครื่องจึงจะเผาไหม้ได้สมบูรณ์ที่สุด
สรุปว่าใช้ E 20 “เปลือง” น้ำมันมากกว่า E 10 ครับ


ด้านความแรง

E 20 มีค่าความร้อนน้อยกว่า E 10 “จริง”
แต่เมื่อดูจากค่า A/F ratio แล้ว การจุดระเบิดที่ใช้ E 20 ต้องการปริมาณเชื้อเพลิงมากกว่า E 10 (ใส่เชื้อเพลิงเข้าไปมากกว่าต่อการจุดระเบิดแต่ละครั้ง) เพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ตามที่เครื่องยนต์ต้องการ
ค่าความร้อนน้อยกว่าแต่ต้องใส่เข้าไปมากกว่า เมื่อลองคำนวณดูแล้ว ค่าความร้อนที่ได้จากน้ำมันทั้ง 2 ชนิดนั้น “ใกล้เคียงกัน”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 เมษายน 2011, 00:05:38 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 22:00:15 »


Air/Fuel ratio ของแต่ละชนิดครับ

เบนซิน(ล้วนๆ) = 14.7 (อากาศ 14.7 ส่วน ต่อ น้ำมัน 1 ส่วน)
MTBE = 11.7
E = 9

MTBE คือสารที่ใช้เติมลงไปในน้ำมันเบนซิน(เมื่อก่อนใช้สารตะกั่ว) เพื่อช่วยเพิ่มค่า Octane ให้กับน้ำมันเบนซิน โดยผสมลงไปประมาณ 5%

เมื่อเอาสารทั้งหลายมาผสมกันเป็นน้ำมันที่ขายให้พวกเราใช้กัน จะได้ค่า A/F ratio ประมาณนี้

เบนซิน 91-95 (เบนซิน  + MTBE ) ประมาณ 14.55
E 10 (เบนซิน 90% + E 10%) = 14.13
E 20 (เบนซิน 80% + E 20%) = 13.56

ค่า A/F ratio ต่างกัน เป็นผลทำให้เครื่องกินน้ำมันมากน้อยต่างกันนั่นเอง เพราะเมื่อใส่อากาศเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ต้องใส่น้ำมันมากขึ้นไปด้วย และต้องมากขึ้นตามค่า A/F ที่เหมาะสมของน้ำมันแต่ละตัว ซึ่งเครื่องยนต์มันรู้ว่าจะต้องใส่น้ำมันมาก-น้อยแค่ไหนผ่านทางตัว Oxygen Sensor


คราวนี้มาว่ากันถึงค่าความร้อนบ้าง...

จากที่รู้กันว่ายิ่งร้อนยิ่งได้แรงมาก แล้วน้ำมันแต่ละตัว ตัวไหนจะแรงกว่ากัน?

(ปล. ค่าความร้อนผมเสิร์ชมาจากใน Google นะครับ และได้ยินมาว่า ค่าความร้อนของส่วนผสมแต่ละอย่างในแต่ละวันมันก็ไม่ค่อยจะเท่ากันซะด้วย ลองดูคร่าวๆนะครับ)

เบนซิน มีค่าความร้อนเท่ากับ 42,208 J/G
E 10 = 40,985
E 20 = 39,782

จะเห็นได้ว่า ยิ่งมีปริมาณ E มากเท่าไหร่ ค่าความร้อนยิ่งจะน้อยลง

แต่...ยิ่งมี E มากเท่าไหร่ ยิ่งจะต้องฉีดน้ำมันเพิ่มมากเท่านั้น ตามสัดส่วนของ A/F ratio เพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์
บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 22:01:52 »

เมื่อเอาค่าความร้อนมาคำนวณกับ ค่า A/F

อ่อ...ลืมบอกไปอีกอย่างว่า ตอนที่เครื่องยนต์ต้องการเรียกกำลังนั้น มันต้องการน้ำมันในอัตราส่วนที่หนากว่าปกติ(ขออภัยมีแต่ตัวเลขแต่ไม่มีที่มาที่ไปนะครับ)

ค่าความร้อนของเบนซิน 91-95
ค่า A/F ของเบนซิน 91-95 เมื่อต้องการกำลังเต็มที่นั้น = 12.37 (85% ของ 14.55)
สมมติว่ามีอากาศอยู่ 100 จะต้องใส่น้ำมันเข้าไป 100/12.37 = 8.08
จะได้ค่าความร้อนต่อการจุดระเบิดครั้งนั้น 8.08 x 42208 = 341,040

ค่าความร้อนของ E 10
100/12.01 = 8.32
8.32 x 40985 = 342,224

ค่าความร้อนของ E 20
100/11.53 = 8.67
8.67 x 39782 = 344,909

E 20 กินน้ำมันมากกว่า E 10 อยู่ 4% (แต่ราคาต่างกันประมาณ 2.5%)
E 20 แรงกว่า E 10 อยู่ 0.8%



แรงจริง เปลืองจริง ต้อง E 85

ค่า A/F ratio ของ E 85 = 9.85 ทำให้กินน้ำมันมากกว่า พวก E 10, E 20 แน่นอน
และค่าความร้อนของ E 85
100/8.37 = 11.94
11.94 x 31239 = 372,993

E 85 กินน้ำมันมากกว่า E 10 อยู่  30%
E 85 มีมวลมากกว่า E 10 อยู่ประมาณ 5 % ,E 85 จึงกินน้ำมันมากกว่าอยู่แค่ 25%* (แต่ราคาต่างกันประมาณ 35%)
E 85 แรงกว่า E 10 อยู่  8.25%
(ถ้าปกติรถคุณกิน E 10 อยู่ที่ 20 กม./ลิตร เมื่อมาใช้ E 85 จะกินน้ำมันที่ 15 กม./ลิตร)*


ปล. แรงเพราะค่าความร้อนไม่เกี่ยวกับค่า Octane นะครับ





แก้ไขเพิ่มเติม*
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 มีนาคม 2012, 20:18:47 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 22:02:38 »


เกี่ยวกับ LPG บ้าง


สาเหตุที่ใช้ LPG แล้วมีปัญหาเพราะความร้อนสูง ที่ผมรู้มันมีสาเหตุหลักๆอยู่ 2 อย่างครับ

อย่างแรกก็เกี่ยวกับเรื่ององศาในการจุดระเบิดของ LPG ครับ

LPG มีค่าออคเทนที่สูงกว่าเบนซิน ยิ่งค่าออคเทนสูงยิ่งติดไฟยากและไฟจะลามช้าขึ้น สมมติว่าค่าออคเทนของเบนซินใช้เวลาในกระบวนการจุดระเบิด X วินาทีนะครับ เมื่อเปลี่ยนมาใช้ LPG ที่มีค่าออคเทนที่สูงกว่า มันจึงทำให้กระบวนการในการจุดระเบิดแต่ละครั้งยาวนานขึ้นเป็น X+ และเพราะมันมัวแต่ช้าอยู่แบบนี้ แต่วาล์วไอเสียมันเริ่มเปิดแล้ว จึงทำให้ไฟมันลามออกไปก่อนที่จะจบกระบวนการตามปกติ
วาล์ว บ่าวาล์ว ในสมัยนี้ มันไม่ได้ห่วยเหมือนสมัยก่อนๆแล้วครับ แต่มันก็ไม่ได้วิเศษพอจะทนความร้อนที่สูงมากๆได้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ การปรับจูนส่วนผสมของเชื้อเพลิง(LPG)น้อยเกินไป(บาง)

ร้านที่ติดตั้งระบบ LPG มักจะนิยมจูนปริมาณแก๊สให้น้อย(บาง)กว่าความต้องการจริงๆของ LPG เพื่อผลในด้านความประหยัด (บางทีก็เจ้าของรถนั่นแหละที่เป็นคนสั่ง) แต่เมื่อส่วนผสมบางเกินไป จะทำให้อุณหภูมิมันสูงมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ชิ้นส่วนในเครื่องยนต์เสียหายได้  (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับค่าความร้อนของตัว LPG นะครับ)

เชื้อเพลิงแต่ละชนิดมีค่า A/F ratio แตกต่างกัน และไม่ว่าเชื้อเพลิงจะเป็นอะไร ก็ต้องจูนให้เหมาะสมตามค่า A/F ของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดครับ
จูนบาง - กินเชื้อเพลิงน้อย = ร้อน = พัง
จูนหนา - กินเชื้อเพลิงมาก
จูนหนาเกิน-บางเกิน = แรงตก
จูนหนานิดๆ (ประมาณ 85% +/- ของค่า A/F ปกติ) เป็นช่วงที่เรียกกำลังได้ดีที่สุด
จูนพอดี - มีมลพิษน้อย
เชื้อเพลิงทุกชนิดจะเป็นแบบนี้ทั้งหมดครับ


ทำไมใช้ LPG แล้วจึงเปลืองกว่าเบนซิน

ปกติเวลาซื้อทั้งน้ำมันและ LPG ตามปั๊มจะขายเป็น “ลิตร”
แต่ใน 1 ลิตร LPG จะมี “น้ำหนัก” “น้อยกว่า” เบนซิน
เมื่อเรานับการใช้งานรถเป็น กม./ลิตร จึงทำให้เวลาใช้ LPG แล้วจึงรู้สึกว่าเปลืองกว่าครับ

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น LPG 1 กิโลกรัม เทียบกับ เบนซิน 1 กิโลกรัม
LPG จะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเบนซิน ซึ่งเป็นผลมาจากค่า A/F ratio ครับ
บันทึกการเข้า

jojoejit
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469

Join Date: มี.ค., 2011


jojoejit@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 22:14:03 »

ได้ความรู้ดีครับและดูจากราคาแล้วสรุปว่า E10 คุ้มสุดเลยครับ
บันทึกการเข้า

รีวิว-เครื่องเสียง ฉบับแรกของผมครับ http://www.thaimarch.com/index.php?topic=22581.0
Biere
Global Moderator
Extreme Member
*

คะแนนชื่นชม (Like) 649
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22467

Join Date: ก.พ., 2010


ReviewbyBiere.com


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 23:02:06 »

ขอบคุณคร้าบบบบ
บันทึกการเข้า

18percent
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151

Join Date: พ.ค., 2010



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 23:32:55 »

อ่านไม่เจอโซฮอล 91 95  อ่ะครับ

เห็นเพื่อนบอกว่าโซ 91   ประหยัดสุดอ่ะครับผม
บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 18 เมษายน 2011, 23:53:12 »



อ่านไม่เจอโซฮอล 91 95  อ่ะครับ





ผมเรียกรวมๆว่า E 10 แทนครับ
เพราะมีปริมาณเอธานอลเท่าๆกัน ต่างกันแค่ค่าออคเทน ซึ่งไม่มีผลกับการคำนวณนี้ครับ
(เฉพาะตอนเทียบราคา ที่ผมใช้ราคาของแก๊สโซฮอล์ 91 นะครับ)
.
.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 เมษายน 2011, 00:34:41 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

ND HER®
Hero Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 682

Join Date: ม.ค., 2011


ND Hero

ohyes2004@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 13:33:42 »

เกี่ยวกับ LPG บ้าง


สาเหตุที่ใช้ LPG แล้วมีปัญหาเพราะความร้อนสูง ที่ผมรู้มันมีสาเหตุหลักๆอยู่ 2 อย่างครับ

อย่างแรกก็เกี่ยวกับเรื่ององศาในการจุดระเบิดของ LPG ครับ

LPG มีค่าออคเทนที่สูงกว่าเบนซิน ยิ่งค่าออคเทนสูงยิ่งติดไฟยากและไฟจะลามช้าขึ้น สมมติว่าค่าออคเทนของเบนซินใช้เวลาในกระบวนการจุดระเบิด X วินาทีนะครับ เมื่อเปลี่ยนมาใช้ LPG ที่มีค่าออคเทนที่สูงกว่า มันจึงทำให้กระบวนการในการจุดระเบิดแต่ละครั้งยาวนานขึ้นเป็น X+ และเพราะมันมัวแต่ช้าอยู่แบบนี้ แต่วาล์วไอเสียมันเริ่มเปิดแล้ว จึงทำให้ไฟมันลามออกไปก่อนที่จะจบกระบวนการตามปกติ
วาล์ว บ่าวาล์ว ในสมัยนี้ มันไม่ได้ห่วยเหมือนสมัยก่อนๆแล้วครับ แต่มันก็ไม่ได้วิเศษพอจะทนความร้อนที่สูงมากๆได้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ การปรับจูนส่วนผสมของเชื้อเพลิง(LPG)น้อยเกินไป(บาง)

ร้านที่ติดตั้งระบบ LPG มักจะนิยมจูนปริมาณแก๊สให้น้อย(บาง)กว่าความต้องการจริงๆของ LPG เพื่อผลในด้านความประหยัด (บางทีก็เจ้าของรถนั่นแหละที่เป็นคนสั่ง) แต่เมื่อส่วนผสมบางเกินไป จะทำให้อุณหภูมิมันสูงมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ชิ้นส่วนในเครื่องยนต์เสียหายได้  (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับค่าความร้อนของตัว LPG นะครับ)

เชื้อเพลิงแต่ละชนิดมีค่า A/F ratio แตกต่างกัน และไม่ว่าเชื้อเพลิงจะเป็นอะไร ก็ต้องจูนให้เหมาะสมตามค่า A/F ของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดครับ
จูนบาง - กินเชื้อเพลิงน้อย = ร้อน = พัง
จูนหนา - กินเชื้อเพลิงมาก
จูนหนาเกิน-บางเกิน = แรงตก
จูนหนานิดๆ (ประมาณ 85% +/- ของค่า A/F ปกติ) เป็นช่วงที่เรียกกำลังได้ดีที่สุด
จูนพอดี - มีมลพิษน้อย
เชื้อเพลิงทุกชนิดจะเป็นแบบนี้ทั้งหมดครับ


ทำไมใช้ LPG แล้วจึงเปลืองกว่าเบนซิน

ปกติเวลาซื้อทั้งน้ำมันและ LPG ตามปั๊มจะขายเป็น “ลิตร”
แต่ใน 1 ลิตร LPG จะมี “น้ำหนัก” “น้อยกว่า” เบนซิน
เมื่อเรานับการใช้งานรถเป็น กม./ลิตร จึงทำให้เวลาใช้ LPG แล้วจึงรู้สึกว่าเปลืองกว่าครับ

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น LPG 1 กิโลกรัม เทียบกับ เบนซิน 1 กิโลกรัม
LPG จะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเบนซิน ซึ่งเป็นผลมาจากค่า A/F ratio ครับ
ขอสอบถามนิดนึงครับ ผมสงสัยว่า ที่แก๊สมันลามช้าทำให้กระบวนการจุดระเบิดมันนานขึ้นจนวาล์วไอเสียเริ่มเปิดแล้ว เป็นผลทำให้ มีความร้อนสูงไปเลียวาล์วและบ่าวาล์วไอเสีย ให้สึกหรอเร็วกว่าปกติ แล้วอย่างนี้เรามีวิธีแก้มั้ยครับ ให้ใช้แก๊สแล้วเพียงพอกับความต้องการในการเผาใหม้ แต่ต้องไม่นานเกินวาล์วไอเสียเปิด เพื่อป้องกันไฟลามออกมาที่วาล์วไอเสีย ท่านผู้รู้ช่วยตอบทีครับ
บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 14:02:59 »


ขอสอบถามนิดนึงครับ ผมสงสัยว่า ที่แก๊สมันลามช้าทำให้กระบวนการจุดระเบิดมันนานขึ้นจนวาล์วไอเสียเริ่มเปิดแล้ว เป็นผลทำให้ มีความร้อนสูงไปเลียวาล์วและบ่าวาล์วไอเสีย ให้สึกหรอเร็วกว่าปกติ แล้วอย่างนี้เรามีวิธีแก้มั้ยครับ ให้ใช้แก๊สแล้วเพียงพอกับความต้องการในการเผาใหม้ แต่ต้องไม่นานเกินวาล์วไอเสียเปิด เพื่อป้องกันไฟลามออกมาที่วาล์วไอเสีย


ทำได้โดยการตั้งองศาการจุดระเบิดให้เร็วขึ้นครับ

จูนไฟให้เหมาะกับค่าออคเทน
จูนปริมาณเชื้อเพลิงให้เหมาะกับค่า A/F ratio
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 เมษายน 2011, 14:06:36 โดย Tum_Orange » บันทึกการเข้า

ND HER®
Hero Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 682

Join Date: ม.ค., 2011


ND Hero

ohyes2004@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 16:58:51 »


ทำได้โดยการตั้งองศาการจุดระเบิดให้เร็วขึ้นครับ

จูนไฟให้เหมาะกับค่าออคเทน
จูนปริมาณเชื้อเพลิงให้เหมาะกับค่า A/F ratio
ขอบคุณมากครับ ทั้งสามอย่างที่บอกมา ไม่ทราบว่าจะมีผลอะไรกับเครื่องยนต์หรือเปล่าครับ
ผมเข้าใจว่า ตั้งองศาจุดระเบิดให้เร็วขึ้น จูนไฟให้เหมาะกับค่าอ็อกเทน และจูน a/f ratio ให้เหมาะสมนี่ คือทำให้เหมาะกับการใช้แก๊ส แต่ช่วงที่ใช้น้ำมัน ค่าที่ตั้งไปตอนกับใช้แก๊สมันจะใช้ได้เหมือนน้ำมันหรือเปล่าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 เมษายน 2011, 17:00:45 โดย ND HERO » บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 17:59:11 »


ปรับองศาการจุดระเบิดก็คือปรับไฟนั่นแหละครับ(ไฟอ่อน-ไฟแก่)



ส่วนเรื่องการปรับสลับ น้ำมัน กับ LPG นั้น ผม "เดา" ว่า ในส่วนของ LPG มันคงจะมีกล่องสำหรับจูนเสริมเข้าไปอีกชุดหนึ่ง (ทำงานร่วมกับกล่องจากโรงงาน) พอสลับมาเป็นน้ำมันแล้ว กล่องเสริมก็คงหยุดทำงาน ปล่อยให้กล่องหลักจากโรงงานจัดการตามเดิมครับ
บันทึกการเข้า

Hamonika
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 336

Join Date: ก.พ., 2011


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 18:07:02 »

ขอบคุณที่นำความรู้มาฝากครับ  07 Hi
แล้วคุณ Tum_Orange เคยลองคำนวน เรื่องราคาบ้างไหมครับ ว่าตัวไหนประหยัดกว่ากัน
ระหว่าง โซฮอ91 กับ E20  เช่น โซฮอ91 กินน้อยกว่า E20  แต่ E20 ราคาถูกกว่า โซฮอ91 อยู่ 90 สตางค์
เช่นเวลาที่เราเติม โซฮอ91 เต็มถัง เราจะต้องจ่ายมากกว่าเติม E20 ประมาณ 36.9 บาท (คำนวนจากถังน้องมาร์ชเรา 41 ลิตร)
แต่ส่วนตัวผมก็เติม โซฮอ91 ครับ เพราะรู้สึกว่าขับได้ระยะทางมากกว่า และหมดช้ากว่า

ฝากช่วยลองคำนวนให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Tum_Orange
Sr. Member
****

คะแนนชื่นชม (Like) 49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 24 เมษายน 2011, 18:11:32 »


E 20 กินน้ำมันมากกว่า E 10 อยู่ 4% (แต่ราคาต่างกันประมาณ 2.5%)
E 20 แรงกว่า E 10 อยู่ 0.8%


อยู่ใน ตอบ#2 แล้วครับ
บันทึกการเข้า

kim_colombet
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14

Join Date: เม.ย., 2011


kim-folk@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 27 เมษายน 2011, 16:25:52 »

สรุปแล้ว เติม แก๊สโซฮอล์ 91 น่าจะเหมาะสมที่สุดใช่หรือไม่ขอรับกระผม ??
บันทึกการเข้า

ทำยังไงได้ก็ไม่ได้เกิดมาบนกองทอง
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง I ประกันภัยรถยนต์ I ประกันรถยนต์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I Vegus168

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS