ThaiMARCH.comAOT
21 กรกฎาคม 2019, 01:08:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
NV YANGYONT
ข่าว: ขอเชิญสมัครสมาชิกก่อน จึงจะมองเห็นบอร์ดทั้งหมดครับ
การค้นหาขั้นสูง
PP Maga Auto
Leo Oil
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แบตเตอรีรถยนต์ เรื่องยาว ลึก ละเอียด ก่อน DIY  (อ่าน 45889 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 2 กุมภาพันธ์ 2011, 14:42:09 »

ตอบให้แล้วนะครับ........
บันทึกการเข้า
ผู้หมวด ปังญ่า ®
สมาชิก VIP
Extreme Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 158
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2721

Join Date: มี.ค., 2010


ทหารม้า ( นอกคอก )

LT.panya_j@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: 2 กุมภาพันธ์ 2011, 16:17:25 »

ตอบให้แล้วนะครับ........

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า



ทหารมาร์ช  !!!
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: 2 กุมภาพันธ์ 2011, 21:00:05 »

บังเอิญมีกระทู้หนึ่งที่ผมพูดถึง ค่า CCA ของแบตเตอรี และเกรงว่าจะเข้าใจผิดไป จึงถือโอกาสนี้มาลงไว้ให้ก่อนครับ

การตรวจเช็คกำลังไฟของแบตเตอรี่รถยนต์

การวัดค่าต่างๆ ในตัวแบตเตอรี่มีหลายค่าที่ต้องวัดเพื่อทราบ ถึงประสิทธิภาพของการทำงานของแบตเตอรี่ นอกเหนือจากการวัดค่าแรงดันไฟ Volatage no-load แล้วค่าอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่ถ้าจะมาจำเพาะเจาะจงถึงเรื่องกำลังไฟสำหรับการติดหรือการสตาร์ทเครื่องยนต์ สิ่งที่สามารถบอกถึงประสิทธิภาพในเรื่องนี้คือ การวัดค่า CCA (Cool Cranking Ampere) ซึ่งบางท่านเข้าใจว่าวัดโวลต์แล้ว จะทราบ กระแสไฟ นั้นถูกต้องแต่ มัน .....ไม้ช่าย......ตัวเดียวกันครับ

ซึ่งถ้าไปเช็คตามร้านทั่วไปที่ไม่มีเครื่องมือพิเศษ ก็อาจจะบอกว่าแบตเสื่อมหรือไม่ก็จะจับแบตไปทำการ recharge ถ้าหลังจากชาร์จแล้ว ยังเหมือนเดิมก็แสดงว่า แบตเสื่อมสภาพ
แต่ในปัจจุบัน มีเครื่องมือพิเศษเป็นอุปกรณ์ทีใช้ในการวัดประสิทธิภาพของแผ่นธาตุในแบตเตอรี่ ว่ายังมีสภาพพร้อมที่จะทำปฎิกิริยากับน้ำกรดเพื่อสร้างกระแสไฟ ให้เกิดค่ากำลังไฟครับ
แบบฝรั่งว่าไว้คือ
What is Cold Cranking Ampere (CCA) Rating?
The Cold Cranking Ampere (CCA) rating is the industry rating that measures the cranking power a battery has available to start an engine at 0º F. The Battery Council International defines it as the number of amperes a lead acid battery at 0º F can deliver for 30 seconds and maintain at least 1.2 volts per cell.
สรุปแบบให้คนไทยรู้เรื่องคือ
นิยาม CCA (cold cranking amp) คือ ค่ากระแสไฟสูงสุดที่แบตลูกนั้นๆ สามารถจ่ายกระแสออกมาได้ในช่วงที่มีการสตาร์ทรถ ช่วงสั้นๆ 5-10 วินาที
ซึ่งค่า cca ของแบต แต่ละรุ่นนั้นมีค่ามาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่ทุกยี่ห้อจะต้องมีค่าไม่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ตามระบบสากล
เช่น แบตรุ่น ปิกอัพ ขนาด 70 แอมป์ หรือท้องตลาดจะเรียกว่า รุ่น 70 z นั้น ตามระบบสากลเรียกรุ่นนี้ว่า รุ่น 75D 31 ซึ่งมีค่ามาตรฐาน cca ต้องไม่ต่ำกว่า 440 แอมป์ ซึ่งถ้าใช้อุปกรณ์วัดค่า cca แล้วพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐาน อย่างน้อย 20% เครื่องจะเตือนและแจ้งว่า ควรที่จะเปลี่ยนแบตใหม่ได้แล้ว
เพราะมิฉะนั้นท่านอาจจะพบเหตุ แบตหมดได้ในวันใดวันหนึ่ง ดังนั้นจะเห็นว่า ค่าโวลท์ หรือ ค่า ถ.พ.น้ำกรดนั้น มิได้เป็นตัวบอกว่าแบตลูกนั้นจะใช้งานได้ดีหรือไม่เสมอไป

เพราะมีหลายท่านอาจจะพบว่า นำแบตไปชาร์จจนโวลท์เต็ม ขนาด 12.6-12.8 โวลท์แล้ว แต่ทำไมยังไม่สามารถสตาร์ทรถติดได้ นั้นก็ เพราะแผ่นธาตุนั้นเสื่อมแล้ว ไม่สามารถสร้างกระแสไฟได้
หรือบางทีเราลืมเปิดไฟหรื่ค้างคืนไว้ พอเช้ามาสตาร์ทรถไม่ติด ถ้าไปเข็คตามร้านทั้วไป อาจจะบอกว่าแบตหมด เสื่อมแล้ว เพราะเขาวัด แต่เฉพาะโวลท์ของแบต ไม่สามารถวัดค่า cca ได้
ซึ่งถ้าใช้เครื่องวัดเครื่องจะแจ้งว่า good recharge หมายถึง สภาพแผ่นธาตุยังคงใช้งานได้แต่ค่าโวลท์นั้นต่ำลง (เพราะเราลิมเปิดไฟค้างคืนไว้) ถ้าเรานำไป recharge ใหม่ก็จะใช้งานได้ดังเดิม
การวัดค่าต่างๆ ในตัวแบตเตอรี่มีหลายค่า ที่ต้องวัดเพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของ การทำงานของแบตเตอรี่ นอกเหนือจากการวัดค่าแรงดันไฟ Volatage no-load แล้วค่าอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน
แต่ถ้าจะมาจำเพาะเจาะจงถึงเรื่องกำลังไฟสำหรับการติดหรือการสตาร์ทเครื่องยนต์ (รวมทั้งการชดเชยกำลังไฟที่ระบบต้องการในช่วงสั้นๆ) สิ่งที่สามารถบอกถึงประสิทธิภาพในเรื่องนี้คือ การวัดค่า CCA (Cool Cranking Ampere)
เมื่อค่าที่วัดได้ เปรียบเทียบกับค่าที่ระบุจากแบตเตอรี่ และจากผู้ผลิตรถยนต์ ไม่ตรงกัน อาจก่อปัญหาได้ เช่นถ้าค่าที่วัดได้ต่ำกว่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดให้ใช้ อาจทำให้แบตเตอรี่ไม่มีกำลังพอที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ ซึ่งเหตุการณ์เกิดได้บ่อยกับรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่เป็นเวลานาน(หรือ บางค่ายรถนิยมเอาแบต Recycle มาใส่ให้ในรถใหม่ป้ายแดง) และไม่มีการ ตรวจเช็คอย่างถูกต้อง พอใช้ไปไม่นานก็ทำให้ต้องขอพ่วงไฟเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์จารถคันอื่นๆ

ตรวจเช็ครถยนต์ครั้งต่อไป อย่าลืมให้ช่างเช็คค่า CCA ของแบตเตอรี่เพื่อความสะดวก ปลอดภัยในการใช้รถยนต์(เราควรบันทึกค่า CCA ของแบตลูกนั้นเป็นประวัติด้วย มันจะลดค่าลงเรื่อยๆ ครับ)

ท้ายนี้ ผมก็แสดงรูปให้ดูซะหน่อยว่าเจ้า เครื่องที่เรียกว่า Battery Analyser ที่ผมใช้อยู่นั้นมันแสดงค่าอะไรบ้าง

รูปบนเป็นการ Set ค่า CCA ที่ตาม specification ของแบตลูกนั้นๆ

รูปบนเป็นค่าที่เครื่องอ่านได้ Bar ด้านบนบ่งสภาพแบตและ%ของไฟที่ประจุอยู่ในแบต ถัดลงมา ตรงกลางเป็น CCA ตาม specification  และล่างสุดเป็น CCA ที่อ่านได้

รูปบน ก็บอกเพิ่มครับว่า มีโวลต์เท่าไหร่ และ มีความต้านทานเท่าไหร่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2 กุมภาพันธ์ 2011, 22:31:50 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
jarnjod
สมาชิก VIP
Full Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164

Join Date: ก.ย., 2010


jarnjod@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: 5 ตุลาคม 2011, 16:54:44 »

 :15 confuse:พี่ครับแล้วน้อง march ของเราควรใช้แบตอารัยดี รุ่น E MT
รถติดเครื่องเสียง มีแอมป์ มีbassbox มีวิทยุ VR
พอดีขั่วแบตลบของรถผมหลวม..แบบมันโยกได้เลยแต่ไม่หลุด
อยากเปลี่ยนแบตใหม่ครับ ต้องใช้กี่แอมป์ และยี่ห้ออารัยดีครับ... 12 Question

ขอบคุณล่วงหน้า..ครับ
บันทึกการเข้า

@จารย์จ๊อด
mena slarton
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 143

Join Date: มิ.ย., 2011


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: 5 ตุลาคม 2011, 19:42:46 »

แปลก กระทู้มีประโยชน์ขนาดนี้ จขกท. ยังไม่มีใครกดไลท์เลย
+1 ประเดิมครับ
บันทึกการเข้า
ToMarch®
สมาชิก VIP
Extreme Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 42
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3031

Join Date: เม.ย., 2011


kingtoto1998@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: 5 ตุลาคม 2011, 20:08:58 »

มีประโยช์ คับ
บันทึกการเข้า

สวัสดี เพื่อนๆthaimarch ผม โต ครับ อยากแนะนำร้าน DD ราคา ถูกๆ ฝากให้เพื่อนๆลองใช้บริการด้วยครับ
ขอแนะนำเซล สาวสวย ชื่อ คุณปุก เบอร์ โทร 083-030-1958<  สนใจนิสสัน มารช์ ลองติดต่อดูครับ เซลเค้า เร่งรถได้ไว รับรถไวมาก
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=34061.0  ร้านพี่ชายผมเอง                               จำหน่าย เกจ์ EFI,Apexi,Defi,Auto meter พวงมาลัยซิ่ง
             พร้อมบริการติดตั้งมีรับประกันสินค้าหลังการขาย                                                           สนใจโทร  0877576888  0867511675 แก้ว ครับ

ช่างเล็กรับชุดคลุมเบาะและหุ้มเบาะโทร  0875395895  ช่างเล็ก  
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=9225.0   <เวปข่างเล้ก
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=7520.0  <ร้านหนิงAuto  
ใช้กับตัวเองแล้วDจึงบอกต่อเพื่อนๆในคลับ หวังว่าจะได้ของดีๆราคาถูกกันทั่วหน้า O_o"                           ถ้าชอบโปรดกด >> (Like)
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: 5 ตุลาคม 2011, 21:28:50 »

:15 confuse:พี่ครับแล้วน้อง march ของเราควรใช้แบตอารัยดี รุ่น E MT
รถติดเครื่องเสียง มีแอมป์ มีbassbox มีวิทยุ VR
พอดีขั่วแบตลบของรถผมหลวม..แบบมันโยกได้เลยแต่ไม่หลุด
อยากเปลี่ยนแบตใหม่ครับ ต้องใช้กี่แอมป์ และยี่ห้ออารัยดีครับ... 12 Question

ขอบคุณล่วงหน้า..ครับ

จากคำถามด้านบนผมเสนอให้ทำความเข้าใจตามนี้ก่อนนะครับ

1) แบตเตอรีรถยนต์หรือรถที่ใช้ไฟฟ้าในการสตาร์ทเครื่องยนต์ นั้นมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความหนาของแผ่นตะกั่วไม่มากเพื่อให้มีการวางจำนวนชั้นของแผ่นได้เยอะๆ ทั้งนี้ก็เพื่อสำหรับทำหน้าที่หลักด้านการจ่ายกระแสไฟได้รวดเร็วและมากๆ ในเวลาสั้นๆสัก 5 -10 วินาที ทั้งนี้ก็เพื่อทำการขับไดสตาร์ทให้หมุนกระชากได้  แบตแบบนี้จะพังไวมากถ้าท่านใช้ไฟแบบคายประจุอย่างเดียวบ่อยๆ (เช่น ดับเครื่องเปิดวิทยุ ฟังเพลง) เพราะแบตแบบนี้มันต้องการการชาร์ทที่เต็มตลอด
- (รถยนต์สมัยก่อนตอนผมเป็นเด็กๆ เขาไม่มีแบตครับ เวลาจะติดเครื่องทีหนึ่งเขาจะมีมือหมุนให้ไฟกระชากติด  หรือเราสังเกตเครื่องยนต์เบนซินทางการเกษตรขนาดเล็กๆ ก็ไม่มีแบตช่วยสตาร์ท ครับ)
- หลังจากรถสตาร์ทติดแล้ว ไดชาร์ทก็จะจ่ายไฟตรงมาเพื่อชาร์จแบตด้วยและไฟก็ไหลผ่านไปใช้กะรถทั้งคันเป็นหลัก
2) แบตเตอรีอีกชนิดใช้กะ รถกอล์ฟ รถ ฟอร์คลิฟ รถไฟฟ้าหรือ เครื่องสำรองไฟตกเกิน UPS นั้นเป็นแบตแบบที่มีแผ่นธาตุตะกั่วหนา เพื่อชาร์จให้เต็ม แบบที่คายประจุได้ลึก มีความคงทนนาน แบตแบบนี้เหมาะกะการใช้งานแบบค่อยๆจ่ายกระแสไฟฟ้าครับ

ที่บอกมาถึงจุดนี้ก็เพื่อว่าจะเป็นคำตอบ ให้พิจารณา คือ
-แบตสำหรับรถยนต์นั้นท่านก็เลือกแบต แบบเติมน้ำกลั่นธรรมดาๆขนาดความจุเท่าเดิมก็ดีครับเพียงพอต่อการสตาร์ทแล้ว เพราะราคาไม่แพงมาก
-ส่วนที่ท่านได้ทำการติดครื่องเสียงมีแอมป์และเบสบ็อก ฯลฯ นั้น หากท่านใช้งานพร้อมกะเครื่องยนต์ทำงาน เปิดไฟ และ แอร์ เร่งเสียงเต็มที่แล้ว พอขับๆไป ท่านรู้สึกว่าเบสหายเป็นพักๆ แม้จะติดตั้ง คาร์ปาซิเตอร์แล้วก็ตาม ........นั่นคือคำตอบว่า  ไดชาร์ท จ่ายไฟไม่พอและมีการดึงไฟจากแบตมาใช้ ก็อาจส่งผลแห่งการเสื่อมของแบตและไดชาร์ทต่อไป ท่านก็ควรเสริมแบตอีกลูกหนึ่งและถ้าเลือกได้ก็ควรเป็นแบบที่สองที่แผ่นหนาหน่อย หรือ ที่เขียนว่า Deep Cycle Discharge ขนาดความจุตามศรัทธา และก็เหมาะอย่างยิ่งแม้กระทั่งผู้นิยามจอดรถ(ดับเครื่อง) ดูหนังฟังเพลง

ทั้งนี้การต่อแบตพ่วงแบบนี้ท่านควรมีสวิทซ์ on/off เพื่อใช้ไฟร่วมหรือแยก แบตลูกติดรถด้วย คือผนวกร่วมเมื่อยามขับรถไปไหนมาไหน และแยกจ่ายไฟจากแบตสำรองกรณีดับเครื่องยนต์ เพื่อดูหนังฟังเพลง อาจทำแบบสวิทซ์ Relay กับสายกุญแจรถก็ได้ พอดับเครื่องก็ ใช้แบตเสริมอย่างเดียวในการเปิดฟังเพลงก็ดีนะ จะได้หมดปัญหาฟังเพลินไปหน่อย จนแบตลูกที่สองหมด แต่ยังสตาร์ทรถติดด้วยแบตลูกแรก
บางท่านไม่อยากทำ on/off ก็ไปหาทางเพิ่มขนาดไดชาร์ท ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ผมไม่แนะนำกรณีนี้นะ
แถมอีกนิด กรณีหลังนี้ ท่านควรหาเครื่องชาร์ทขนาดเล็กๆไว้สักอันท่าจะดี ยามจอดรถในโรงรถ ก็เสียบสายชาร์ทแบตลูกเสริมจากไฟบ้านข้ามคืนเลยครับ  ส่วนจะขนาดไหนดีเพื่อการนี้ ท่านก็คงต้องคำนวนดูเองนะเช่น......อ้อแบตลูกที่สองเนี่ยวางมาหลบๆในห้องโดยสาร ที่ว่างๆหลบๆก็ได้นะ

ท่านติดพ่วงเครื่องเสียงเพิ่มมา อีกสัก 200 วัตต์ และ เปิดใช้สัก 2 ชม  ในระบบเครื่องเสียงท่านใช้ไฟตรง 12 โวลต์
แบตอีกลูกของท่านควรจะมีขนาดจ่ายไฟเกินกว่า 200 หารด้วย 12 หารด้วยค่าประสิทธิภาพไฟฟ้า 0.8 แล้วคูณด้วย 2 ชม ก็น่าจะราวๆ 42 แอมแปร์-ชั่วโมง (Ah)  แต่นั่นหมายถึงว่าท่านปล่อยประจุหมดจริง รอบการใช้งานแบตก็ลดลง(อายุสั้น)  หากจะให้ดีขึ้นหน่อยท่านก็เพิ่มขนาดแบตไปอีกสักหน่อยก็ดี เช่นเป็นแบตแบบเดียวกะใช้รถกอล์ฟขนาดเล็ก สัก 60 แอมป์ก็ได้นะ (แบบดีๆก็ เกิน 4000 บาท ครับ) นี่ก็เป็นตัวอย่าง

ท่านคงทราบเหตุผลแล้วนะว่า บรรดานักฟังเพลงติดรถทำไม  แบตลูกที่ คารถมันไปได้ไม่นาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ตุลาคม 2011, 22:08:52 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
jarnjod
สมาชิก VIP
Full Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164

Join Date: ก.ย., 2010


jarnjod@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: 5 ตุลาคม 2011, 22:10:44 »

กดไลท์ให้เลยครับพี่...
พอจะคล้ายปัญหาคาใจหลายอย่างเลยครับ..
ตรงๆเลย..ปัญหาที่พี่บอกใช่หมดเลย...สุดยอด

เทพๆๆๆ..

ขอบคุณมากครับ 04 Kiss
บันทึกการเข้า

@จารย์จ๊อด
Champan@Surat..^^
Hero Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 879

Join Date: ก.พ., 2011



ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: 6 ตุลาคม 2011, 00:20:45 »

พี่ครับ
อย่างปัญหากับพี่ด้านบนนี่ผมก็เป็นครับ เปิดเพลงนานๆเป็นชั่วโมง สตาร์ททีลุ้นครับลากอยู่นาน ลุ้นให้สตาร์ทเครื่องติด
เท่าที่ผมได้อ่านมาพี่แนะนำให้เพิ่มแบตอีก1ลูก เลยเกิดข้อสงสัยดังนี้ครับ
รถคันเก่าก็ทำเครื่องเสียงมานิดหน่อย ส่วนในมาร์ชเนี่ย
ผมไม่ได้ทำเครื่องเสียงเพิ่ม(แต่ในอนาคตไม่แน่)

ถ้าผมใช้เครื่องเสียงเดิมๆ แต่จะหาแบตสำรองไว้อีกลูก ควรใช้แบตขนาดไหนครับ???
แล้วแบต1ลูกก็ไม่ใช่เบาๆเลยนะ  มันก็กินน้ำมันเพิ่มขึ้นล่ะสิ
แล้วถ้าจะทำRelayให้ร้านประเภทไหนทำได้บ้างครับ???
เครื่องชาตแบตที่ใช้ไฟบ้านราคาเท่าไหร่???


ปล.ถึงมาชจะเครื่องเสียงเดิมๆแต่ผมเปิดบางทีเกือบครึ่งวันนะ ลากอยู่นานเหมือนคันเก่ากลัวไดร์จะไปเร็วเลยหาข้อมูลไว้
บันทึกการเข้า

toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: 6 ตุลาคม 2011, 09:42:01 »

พี่ครับ
อย่างปัญหากับพี่ด้านบนนี่ผมก็เป็นครับ เปิดเพลงนานๆเป็นชั่วโมง สตาร์ททีลุ้นครับลากอยู่นาน ลุ้นให้สตาร์ทเครื่องติด
เท่าที่ผมได้อ่านมาพี่แนะนำให้เพิ่มแบตอีก1ลูก เลยเกิดข้อสงสัยดังนี้ครับ
รถคันเก่าก็ทำเครื่องเสียงมานิดหน่อย ส่วนในมาร์ชเนี่ย
ผมไม่ได้ทำเครื่องเสียงเพิ่ม(แต่ในอนาคตไม่แน่)

ถ้าผมใช้เครื่องเสียงเดิมๆ แต่จะหาแบตสำรองไว้อีกลูก ควรใช้แบตขนาดไหนครับ???
แล้วแบต1ลูกก็ไม่ใช่เบาๆเลยนะ  มันก็กินน้ำมันเพิ่มขึ้นล่ะสิ
แล้วถ้าจะทำRelayให้ร้านประเภทไหนทำได้บ้างครับ???
เครื่องชาตแบตที่ใช้ไฟบ้านราคาเท่าไหร่???


ปล.ถึงมาชจะเครื่องเสียงเดิมๆแต่ผมเปิดบางทีเกือบครึ่งวันนะ ลากอยู่นานเหมือนคันเก่ากลัวไดร์จะไปเร็วเลยหาข้อมูลไว้

ปัญหาที่ถามนั้นก็เป็นคำตอบเดิมที่ตอบไปแล้ว แต่คงจะช่วยขยายความครับ
คือ หากเราใช้เครื่องเสียงเดิมๆติดรถเปิดเพลงฟังนานๆ ก็เท่ากับว่าดึงไฟจากแบตมาใช้เรื่อยๆ...............หากแบตติดรถเรามีค่า condition 100% 80% หรือ 70% ก่อนเปิดฟังเพลง หากวิทยุติดรถ กินไฟสัก 100 watt เปิด 2 ชม ก็อาจเหลือ ต่ำกว่า 50% ซึ่ง CCA คงต่ำมากๆแค่ ไม่เกิน 200 CCA คงร่อแร่ที่จะไปฉุด  ไดสตาร์ท ไงครับ

ส่วนเรื่องจะติดแบตเสริมอีกลูกขนาดไหนอย่างไร ก็อย่างที่ให้ตัวอย่างคำนวนไว้ก่อนหน้า ถ้าใช้เครื่องขยาย(แอมปลิฟายเออร์)กำลังสูงขึ้น และ เปิดนานขึ้น เช่น 500 w และ 5 ชม ท่านอาจต้องมีแบต สำรอง 70 แอมป์สัก 2 ลูกนะครับ อันนี้ก็สุดแต่ใจจะไขว่คว้า .............ยิ่งดัง ยิ่งนาน..........ยิ่งเปลืองแบต
- กรณีเครื่องเสียงเดิมๆ หากเปิดสัก 1 ชม แบบว่า นอนฟังเพลงรอแฟนแบบ chill chill สักชั่วโมง ท่านอาจจะไม่ต้องเพิ่มก็ได้ แต่อาจมีการสตาร์ทรถให้เดินเครื่องชาร์ทไฟสักพัก 10 นาทีก็พอมั๊งหลังเปิดไป ครึ่งชั่วโมง นึกซะว่ารถติด
-แต่ถ้านานกว่านั้น ให้ท่านนึกถึง แบตชนิดที่ใส่ใน UPS เปิดฟังชั่วโมงละ 10 แอมป์-ชั่วโมง (แบต UPS แบบยาวก็มีสัก 7.5 Ah) ลูกหนึ่งก็มีหลายราคา 450-750บาท แต่ถ้าสัก 40 Ah ก็ 4-6 พันบาทก็มี

ไปทำ Relay ได้ที่ไหนให้ตรงตัวหน่อย ชำนาญหน่อย และงานดีหน่อยก็  ร้านทำเครื่องเสียงรถยนต์ก็ได้  จริงๆร้านพวกทำ ได รถยนต์ ทำแอร์รถยนต์ก็ได้นะ แต่เราต้องบอกความต้องการเขาเป็น....อีกอย่างหากเขาไม่ค่อยได้ทำ เขาคงกลัวเสียเวลา คิดทำ และ คิดสตางค์ ไม่ถนัดครับ

เครื่องชาร์ตแบตแบบง่ายที่สุดก็มีหลายราคา ประมาณ 1000 บาท ก็ Mycar หรือ ประกอบขายกันที่บ้านหม้อ หรือแบบที่ผมเองนำเข้ามาใช้เป็นรุ่นอัตโนมัต desulfate จำได้ว่าสั่งมาเกือบ 2500 บาท ดังรูปที่ลงไว้หน้าแรกของหัวข้อนี้ (สั่งมาแบ่งพรรคพวกใช้ไปไม่กี่ตัวหมดแล้ว หากอยากได้คงต้องรวมตัวกันสั่งใหม่นะ) 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 ตุลาคม 2011, 09:54:40 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2011, 16:30:26 »

หากจะถามว่า......แล้วในโลกนี้มีแบตเตอรี เทพ  ขายไหม..ที่แทนแบตรถยนต์ได้และไม่มีปัญหาแบบที่ว่ามาก่อนหน้านี้.....ตอบว่า มีครับ.........โดยมีคุณสมบัติตามนี้

ลักษณะ :
  
1 ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว : เต็มได้ 90% ใน 60 นาที
  
2 สำหรับการปล่อยไฟได้รวดเร็ว / การใช้งานเอาท์พุท : ค่อนข้างปลอดภัยและสามารถจ่ายไฟได้ในกระแสที่สูง
  
3 ไม่มีผลกระทบจำการชาร์ท (memory effect) : ไม่ว่ามีปริมาณไฟฟ้าจะชาร์จได้ในเวลาใด ๆ  ก็ไม่มีการลดลงของกำลังการปล่อย หรือความจุของไฟในแบต
  
4 ความจุขนาดใหญ่ : สามารถที่จะปล่อยไฟออกอย่างเต็มที่แม้จะคายประจุลึกๆ (แบตเตอรี่ตะกั่วกรดจะเริ่มแย่หากคายประจุลงไปเหลือต่ำกว่า 70% เป็นต้นไป)
  
5 เสริมวงจรชีวิตยาว : แม้จะปล่อยกระแสในอัตราสูงแม้จะมีมากกว่า 1000 รอบ (ประมาณ 5-10 รอบปี) และสำหรับการปลดปล่อยกระแสในอัตราปกติ (ใช้กะเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป) สามารถจ่ายได้สูงสุดถึง 3000 รอบ
  
6 ปลอดภัยมาก : ขั้วบวกของแบตชนิดนี้ ไม่เกิดประกายไฟและมีความเสถียรในอุณหภูมิสูง เพื่อความปลอดภัยมาก เมื่อปล่อยกระแสสูง เกิดความร้อนเล็กน้อย จึงลดการเกิดการระเบิดของแบต (ไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ หรือ หุ้มฉนวนกันร้อนให้แบต)
  
7 แรงดันไฟฟ้ารักษาระดับที่สูงโวลต์และมีเสถียรภาพแม้จะคายประจุไปเกือบหมด (เหลืออยู่ 10-15%) ซึ่งดีกว่าแบตจำพวก Ni-Mh/Ni-Cd ดีกว่ากรดตะกั่วขนาด 2โวลต์ต่อเซล, Ni - MH และ Ni - Cd ขนาด 1.2V/cell หรือของ li-ion3.3V/cell
  
8 ขนาดเล็กและน้ำหนักเบา : เทียบกับแบตเตอรี่รถยนต์ชนิดอื่นๆ, เช่น  ขนาดครึ่งเดียวของแบตเตอรี่กรดตะกั่ว  - ขนาด 70% ของแบตเตอรี่ Ni-Mh/Ni-Cd, น้ำหนัก 1 / 2 ของแบตเตอรี่กรดตะกั่ว, น้ำหนัก 70% ของแบตเตอรี่ Ni-Mh/Ni-Cd
  
9 RoHSรับรอง : ไม่มีมลพิษในระหว่างการผลิต  เป็นสินค้าสีเขียว 100%, การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มพิกัด
  
10 ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง : ประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ถึง 95% ในสภาวะที่จ่ายกระแสน้อยสุด
  
11 อุณหภูมิการใช้งานในช่วง : -20 ~ 75 เซนติเกรด

แบตนี้คือ ไม่ใช่แบตตะกั่วกรดแล้ว แต่มันคือ LiFePO4 battery แบตลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟต ครับ

มีคำถามเดียวหาก มันทนทานยาวนานเกิน 5 ปี 10 ปี หรือ 15 ปี ลูกละหลายบาท (ไม่แน่ใจว่าหลักพัน หรือหมื่น) แล้วมันคุ้มไหม ถ้า.......เราๆท่านๆใช้รถกันแค่ไม่กี่ปีก็เปลี่ยนรถกันแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ตุลาคม 2011, 16:07:22 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
yonsak007
Full Member
***

คะแนนชื่นชม (Like) 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 183

Join Date: พ.ย., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2011, 11:30:49 »

ขอบคุณครับที่ให้ความรู้ดีๆ 13 Smile 13 Smile
บันทึกการเข้า
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #42 เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2011, 23:12:07 »

แผ่นวงจรช่วยสลายผลึกเกลือ ตะกั่วซัลเฟต แบบติดตั้งประจำรถ หวังว่า จะช่วยยืดอายุแบตรถยนต์จากประมาณ 1-1.5 ปี ให้ยืดไปได้ 2-3เท่า

ตอนแรกว่าจะสอนทำ DIY แต่ทดลองดูแล้วกะพรรคพวกบอให้ลองช่วยอำนวยความสะดวกเลยออกมาเป็น Finish Product ก่อนแต่ถ้าใครสนใจจะลงมือเอง ก็ยินดีบอกให้หมดไส้...หมดพุงเลย  ขอโหวตสัก 20 เสียงคงไหวนะ
ถามว่าได้ผลหรือไม่ ก็ทำแบ่งกันไปทดลองใช้ หมด lot นี้ก็จะครบ 150 ชุดแล้ว....(บอกนิดหนึ่ง ให้นักศึกษาช่วยประกอบเป็นค่าสนับสนุนการศึกษา อาจารย์ช่วยตรวจวัดทดสอบผ่าน) เอ้าลองดูรูปก่อน

มี 3 แบบ คือ
1)เฉพาะแผ่นวงจร -
2)ต่อเข้ากล่องอะลูมิเนียมระบายความร้อน พร้อมสวิทซ์ปิด/เปิด - กล่องสีเทาดำ
3)ต่อเข้ากล่องพลาสติก ABS พร้อมชุด Relay (ปิดเปิดการทำงานตามการบิดกุญแจสตาร์ทรถยนต์) - กล่องสีเทาขาว

ตามรูปครับ






ส่วนจะติดต่อพูดคุยก็ในนี้ กะ PM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤศจิกายน 2011, 23:15:46 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
オッウィーク®
Hero Member
*****

คะแนนชื่นชม (Like) 73
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 645

Join Date: ส.ค., 2011



ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2011, 23:58:52 »

คือว่าผมดันลืมเปิดไฟรถทิ้งใว้ตอนนอน ตืนเช้ามาก็สตาสรถตามปกติแต่เพิ่งมาเห็นว่าไฟรถไม่ใด้ปิดแบบนี้แบตจาพังป่าวคับแล้วทำไงดี  16 Run
บันทึกการเข้า

เปิดตัว ซูโม้ มาร์ช เพชรบุรีครับ
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=28957.120
toprasert
Newbie
*

คะแนนชื่นชม (Like) 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43

Join Date: ก.ค., 2010



ดูรายละเอียด
« ตอบ #44 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2011, 23:05:49 »

คือว่าผมดันลืมเปิดไฟรถทิ้งใว้ตอนนอน ตืนเช้ามาก็สตาสรถตามปกติแต่เพิ่งมาเห็นว่าไฟรถไม่ใด้ปิดแบบนี้แบตจาพังป่าวคับแล้วทำไงดี  16 Run

ลักษณะนี้ หากสตาร์ตรถติดก็ควรออกไปขับออกไปใช้งานให้รอบเครื่องเดินเกิน 2000 รอบให้นานขึ้นหน่อย

หรือ รีบหาโอกาส เอาแบตมาชาร์ตไฟแบบช้า (อัตราประมาน 10% ของความจุแบต เช่นแบต 50 แอมป์ก็ใช้กระแสการชาร์ต แค่ 5 แอมป์) เพราะหากชาร์ตเร็วแบบทางร้าน แผ่นธาตุจะร้อน และแบตเกิดฟองก๊าซ มากมาย แบตจะพังไว ครับ  ต้องชาร์ให้เต็มๆครับก่อนยกกลับไปใช้งาน
  
เหตุผลที่ต้องชาร์แบตให้เต็ม  เพราะเราเปิดไฟค้างคืนไว้แบตจะมีการคายประจุ นิ่ง+นาน  ซึ่งจะเกิดการก่อตัว เกลือตะกั่วซัลเฟต และ พอกตัวเป็นผลึกแทรกในอนูช่องว่างของแผ่นธาตุ............เราตัองรีบสลายเกลือตัวนี้ให้แยกออกเป็นตะกั่ว(มันจะกลายเป็นผงโคลนดำๆ) และ ซัลเฟตจะกลายมาเป็นกรดซัลฟูริกที่เหมาะสมมากขึ้น (ปรับเพิ่ม ถ.พ.กรดให้สูงในสภาพที่จะทำการจ่ายไฟได้ดีขึ้นใหม่ได้)

แต่ปัญหาคือ การชาร์ตธรรมดา ในทางผลจริงๆ ไม่เหมือนทฤษฎี 100% โดยเฉพาะการสลายเกลือแบตจะไม่เกิดสมบรูณ์ในแต่ละรอบการชาร์ตเต็มแต่ละครั้ง  ก็เท่ากับเกลือจะค่อยๆสะสมตัวทำลายแผ่นธาตุ พร้อมขัดขวางการแลกเปลี่ยนประจุไฟไปพร้อมๆกัน...........นั่นคือแบตก็จะลดทอนอายุลงเรื่อยๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤศจิกายน 2011, 23:08:54 โดย toprasert » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง I ประกันภัยรถยนต์ I ประกันรถยนต์ I ประกันรถยนต์ชั้น 1

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I Vegus168

ThaiMARCH.COM - Nissan March Club (Thailand) คำแนะนำ หรือต้องการจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ ThaiMarchClub@yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | SuzukiSwiftClub |

Black Rain by Crip Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF XHTML | CSS