การต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี ระบบคอมพิวเตอร์ (สมาร์ทการ์ด) Update ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2552
ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี ระบบคอมพิวเตอร์ (สมาร์ทการ์ด)
บันทึกนี้มาตามคำเรียกร้องจากน้องแฟนคลับทั้งหลาย ที่ขอร้องมาให้มีการบันทึกไว้ใน Share ค่ะ จากการไปต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เมื่อวันก่อน เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าน้อง ๆ ก็จะครบกำหนดที่จะต้องต่ออายุใบอนุญาตฯ แล้ว รวมทั้งพี่ ๆ ที่มีใบอนุญาตประเภทไม่ตลอดชีพด้วยค่ะ ดังนั้นมอนลี่ขอบันทึกนี้เพื่อแบ่งปันให้กับท่านที่เข้ามาอ่าน และเป็นประโยชน์กับมอนลี่เองในอนาคตอีก 5 ปี ข้างหน้า ที่จะต้องไปติดต่อขอใช้บริการอีกค่ะ
ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแบบตลอดชีพ ถือว่าเป็นผู้ที่โชคที่สุด เพราะไม่ต้องมาทดสอบทุก ๆ 5 ปี แต่หากมองการได้รับประโยชน์จากการเข้าทดสอบ และอบรม กลุ่มบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ 5 ปี ก็โชคดีเช่นกัน เพราะได้รับความรู้ และความปลอดภัยที่ได้จากการไปฟังอบรม ทุก ๆ 5 ปี เช่นกัน เพราะข้อมูลที่ได้รับจากการอบรมนั้นเป็นเรื่องที่เราได้ปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้งคิดว่าเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่เมื่อได้เข้าอบรม ทำให้ทราบว่า วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฏจราจรเป็นอย่างไร
ดังนั้นมอนลี่ขอเล่าประสบการณ์จากการที่ได้ไปขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ 5 ปี ว่า มีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรกันบ้าง และควรจะไปติดต่อขอรับบริการในช่วงเวลาใดบ้าง? ค่ะ สำหรับการต่อใบอนุญาตครั้งนี้ มอนลี่ได้ต่อการทำบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (สมาร์ทการ์ด) ค่ะ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการจะเหมือนกันกับการทำบัตรรูปแบบเดิมค่ะ
ขั้นตอนการดำเนินการในการทำบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (สมาร์ทการ์ด)
1. เอกสารที่ต้องเตรียม คือ บัตรประชาชน (พร้อมสำเนา) และบัตรใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (พร้อมสำเนา) เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อยแล้ว (หากทำรูปแบบเดิม ที่ไม่ใช่สมาร์ทการ์ด ต้องแนบรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว ด้วย จำนวน 2 รูป)
2. ขึ้นไปติดต่อที่ชั้น 2 ตรงพื้นที่สำหรับกรอกแบบคำขอ โดยไปหยิบที่ตู้ใส่แบบฟอร์ม ในที่นี้ ให้หยิบ “แบบคำขอดำเนินการใบอนุญาตขับรถ” โดยกรอกข้อมูลให้เรียบร้อยแล้ว (กรอกตามตัวอย่างที่ติดไว้ให้ค่ะ)
3. ส่งแบบคำขอ พร้อมเอกสารตามข้อ 1. ยื่นในช่อง 2 เพื่อขอใบอนุญาตระบบคอมพิวเตอร์ (สมาร์ทการ์ด) หรือ (ยื่นในช่อง 1 กรณีขอใบอนุญาตรูปแบบเดิม) สำหรับมอนลี่ ยื่นในช่องที่ 2 ค่ะ คือ ขอแบบสมาร์ทการ์ด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ไปทดสอบสมรรถภาพร่างกาย (ที่ชั้น 3) และเข้าอบรมตามลำดับ
หมายเหตุ ช่วงเวลาที่ยื่นคำขอ มีดังนี้
รอบ 1 เวลา 08.00 - 09.00 น.
รอบ 2 เวลา 09.00 - 10.00 น.
รอบ 3 เวลา 10.00 -11.00 น.
เวลา 11.00 - 12.00 น.
และ 13.30-13.30 น.
4. ขึ้นไปชั้น 3 เพื่อขอเข้าทดสอบในห้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย โดยได้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่แผนกทดสอบสมรรถภาพร่างกาย หลังจากนั้นก็นั่งรอเพื่อเข้าห้องทดสอบ
รายการที่ทดสอบสมรรถภาพร่างกายของผู้ขอใบอนุญาตขับรถ
สำหรับขั้นตอนทดสอบนี้ จะมีเจ้าหน้าที่อธิบายให้ฟัง เพื่อแจ้งกติกาการปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติตาม ก็ถือว่าไม่ผ่าน ซึ่งจะมี 3 ด่าน โดยให้ผู้ขอใบอนุญาตนั่งที่เก้าอี้ และมือวางบนโต๊ะ เพื่อทดสอบ 3 ด่าน ที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ ห้ามลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยเด็ดขาด ให้ทำครบทั้ง 3 ด่าน สิ่งที่จะต้องทำดังนี้
ด่านที่ 1. กติกา คือ ให้บอกสีตรงตำแหน่งที่ชี้ให้ถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่จะชี้ตามตำแหน่งที่ต้องการ (ระยะทางที่มองเห็นคาดว่าประมาณ 2.50 เมตร) แล้วบอกว่าเป็นสีอะไร เช่น สีแดง หรือ เหลือง หรือ เขียว สลับกันไป (เป็นวงกลมที่มีขนาดไม่เท่ากัน วางสลับกัน) เมื่อผ่าน ก็ถึงด่านที่ 2
ด่านที่ 2. กติกา คือ ทดสอบในการการขับเคลื่อนสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าได้ให้ตรงตำแหน่งที่กำหนด จะมีแท่งสีขาวเล็ก ๆ เท่ากับปากกา วางอยู่ในตู้สี่เหลี่ยมคู่กัน 2 อัน คือให้ผู้เข้าทดสอบนั่งที่เก้าและโต๊ะเดิม โดยกดปุ่มสีเขียว และสีแดงบนโต๊ะ (ปุ่มสีเขียวเดินไปข้างหน้า ปุ่มสีแดงเดินถอยหลัง) ที่วางอยู่บนโต๊ะ ขณะเดียวกันตาก็มองไปตรงที่ตู้สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่วางอยู่ตรงข้างหน้า (ระยะทางคาดว่า ประมาณ 2.50 เมตร) โดยให้กดปุ่มสีเขียวเพื่อให้แท่งสีขาวเดินไปหน้าจนสิ้นสุดพื้นที่ที่กำหนด จากนั้นก็กดปุ่มสีแดง เพื่อให้แท่งสีขาวเดินถอยหลังมาหยุดตรงแนวแท่งสีขาวอีกอันหนึ่งที่เจ้าหน้าที่วางกำหนดไว้ให้ หากกดปุ่มมาหยุดไม่ตรงกับที่ที่กำหนดไว้ ก็จะถือไม่ผ่าน สำหรับแท่งสีขาวที่กำหนดให้นั้น เป็นแท่ง เล็ก ๆ สีขาวเท่ากับปากกา (ด่านนี้มอนลี่ต้องเล็งสายตาเป็นพิเศษ และกะระยะทางประมาณ 2.50 เมตร ที่กำหนดให้ ห้ามคาดเคลื่อนเด็ดขาด) เมื่อผ่านก็ถึงด่านที่ 3
ด่านที่ 3. กติกา คือ ในเรื่องความว่องไว และความเร็วในการเหยีบเบรค ทดสอบโดยการให้ผู้เข้าทดสอบนั่งที่เก้าอี้ (เหมือนกับนั่งขับรถยนต์) เท้าข้างซ้าย วางอยู่ตรงตำแหน่งที่กำหนดให้ เท้าข้างขวาเหยียบคันเร่ง (ผู้ที่ขับรถเกียร์ออร์โต้ น่าจะเข้าใจดีค่ะ) มือวางไว้บนโต๊ะ ตามกติกาที่กำหนดไว้ หากไม่วาง ก็จะถือว่าไม่ผ่าน กติกากำหนดไว้ว่า ให้นั่งเหยีบบคันเร่งให้ไฟปรอทสีเขียวปรากฏขึ้นมา พร้อมมองปุ่มไฟสีแดงที่ปรากฏอยู่ที่ตู้ข้างหน้า (ระยะทางที่เจ้าหน้าที่ติดไว้ที่ตู้คาดว่าประมาณ 2.50 เมตร) หากไฟสีแดงปรากฏขึ้น ให้รีบเหยียบเบรคทันที หากมีไฟปรอทสีแดงปรากฏขึ้นมาก็จะไม่ผ่าน (ไฟปรอทจะมี 2 ส่วน ส่วนด้านล่างปรอทจะเป็นไฟสีเขียว ส่วนปลายปรอทด้านบนจะเป็นไฟสีแดง) ดังนั้นในส่วนนี้เหงื่อตกเหมือนกัน เพราะจำเป็นต้องถอดรองเท้าออก ครั้งแรกไม่ถอดรองเท้าออก เพราะคิดว่า หมู ๆ หรือกล้วย ๆ (เพราะปัจจุบันมอนลี่ขับรถแบบเกียร์ออร์โต้อยู่แล้ว โดยไม่ถอดรองเท้าออก) แต่ที่ไหนได้ จำเป็นต้องถอด เพราะปรอทไฟสีแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไฟปรอทก็สั้นไม่กี่แถวเอง ดังนั้นรอบ 2 จำเป็นต้องถอดรองเท้าออกค่ะ และในที่สุดก็ผ่าน แฮ่ะ ๆ ไม่ใช่หมู ๆ แล้ว เมื่อผ่านเจ้าหน้าที่ก็จะผู้เซ็นชื่อ และประเมินว่าผ่านค่ะ (คิดในใจเมื่ออายุมากขึ้น ทุก ๆ 5 ปี หากมีวิธีการและขั้นตอนแบบนี้ คงจะลำบากกันแล้ว ในเรื่องของความไว เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ความเฉื่อยชาก็จะมาเยี่ยมเยียน โอ๋ละหน่อ?
หมายเหตุ ช่วงเวลาที่ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีดังนี้
รอบ 1 เวลา 09.00 – 10.00 น.
รอบ 2 เวลา 10.00 – 11.00 น.
รอบ 3 เวลา 11.00 – 12.00 น.
เวลา 13.00 – 13.30 น.
5. เมื่อผ่านทดสอบแล้ว ก็นำเอกสารที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าผ่านแล้ว ลงไปชั้น 2 โดยยื่นที่ช่อง 4 แผนก พ.ร.บ. การขนส่งออกใหม่, เปลี่ยนประเภท, ต่ออายุ, ใบแทน และอื่น ๆ จากนั้นนั่งรอที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อรอเข้าอบรม ใช้เวลาอบรม 1 ชั่วโมงเต็ม เมื่อเข้าห้อง อย่าลืมต้องเซ็นชื่อด้วยน่ะค่ะ ในสมุดที่เจ้าหน้าที่จัดให้ค่ะ จากนั้นก็นั่งเข้าอบรม โดยเจ้าหน้าที่จะเปิด T.V. ให้ชมภาพ VCD การขับรถอย่างปลอดภัย และมารยาทในการขับรถ ใช้เวลาชม 1 ช.ม. ห้ามออกจากห้องโดยเด็ดขาด หากออกมาจากนอกห้องถือว่าไม่ผ่านค่ะ
หมายเหตุ ช่วงเวลาที่อบรม มีดังนี้
รอบ 1 เวลา 10.00 – 11.00 น.
รอบ 2 เวลา 11.00 – 12.00 น.
รอบ 3 เวลา 13.30 – 14.30 น.
6. เมื่ออบรมเสร็จ ก็รับแบบใบคำขอจากเจ้าหน้าที่ นำไปยื่นพร้อมจ่ายเงินที่ช่อง 2 แผนก ขอรับใบอนุญาตระบบคอมพิวเตอร์ (อยู่ในชั้นเดียวกัน) เพื่อทำเป็นแบบสมาร์ทการ์ด (หากทำรูปแบบเดิม ก็ยื่นช่อง 1 ) พร้อมจ่ายเงิน จำนวน 605 บาท (หากทำรูปแบบเดิม ก็ 505 บาท) โดยเจ้าหน้าที่จะมอบใบเสร็จรับเงิน และบัตรคิว จากนั้นให้เข้าไปนั่งรอที่หน้าห้องเพื่อรอเรียกตามบัตรคิวในการเข้าถ่ายรูปค่ะ (จะมีอยู่ห้องถ่ายรูป จำนวน 3 ห้อง)
สำหรับค่าบริการ 605 บาท นั้นเป็นค่าอะไรบ้าง จำแนกดังนี้
- ใบคำขอ 5 บาท
- ค่าใบอนุญาตต่ออายุ 500 บาท
- ค่าบริการถ่ายรูป 100 บาท (กรณีทำสมาร์ทการ์ด)
7. เข้าห้องเพื่อนั่งถ่ายรูป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแต่งรูปให้ค่ะ เพื่อให้สวย และหล่อ ๆ เพราะจะต้องอยู่คู่กับเราทุก ๆ 5 ปี ดังนั้นต้องสวยหรือหล่อเป็นพิเศษ ขณะนั่งรอ สามารถเข้าไปที่มุมเพื่อเสริมสวยกันได้ค่ะ มีกระจกและหวีไว้บริการพร้อม หน้ามัน ผมรุก รุงรัง แต่งสวย แต่งหล่อกันได้ จากนั้นก็นั่งรอเรียกชื่อตามคิวเพื่อถ่ายรูป เมื่อถ่ายรูปเสร็จ ก็มานั่งรอรับรูปหน้าห้องถ่ายรูป เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่แต่งให้สวย ๆ หรือหล่อ ๆ เมื่อแต่งเสร็จแล้ว ก็รับบัตรจากเจ้าหน้าที่ เป็นอันว่า เสร็จเรียบร้อย และต้องรอไปอีก 5 ปี จึงจะมาใช้บริการใหม่ค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้าง ละเอียดหยิบหรือเปล่า แต่ยังไม่จบน่ะค่ะ มอนลี่มีขอแถมอีกค่ะ ข้อมูลสาระที่ดี ๆ และคิดว่าเป็นประโยชน์แก่เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายค่ะ หากจำเป็นต้องไปขอใบอนุญาตขับรถค่ะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้จากที่ได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่แผนกฝึกอบรม ซึ่งให้ข้อมูลที่ดีมาก ๆ และแถมน่ารักอีกต่างหาก ใจดีด้วย ตอบข้อมูลในสิ่งที่เราอยากรู้ได้หมดเลย (คิดในใจ มาถูกทางแล้วมอนลี่ เจาะข้อมูลไปเลย ฮ่า ๆ ) มีดังนี้น่ะค่ะ
1. การต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ 5 ปี สามารถต่อล่วงหน้าได้ 3 เดือน ไม่ต้องรอให้บัตรหมดอายุก่อนได้ค่ะ 2. หากอยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม ท่านสามารถต่อได้ทุกพื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่ เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์สามารถ Online กันทั่วประเทศ
3. บุคคลที่จะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ได้ ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 15 ปีบริบูรณ์ จึงจะได้รับใบอนุญาตแบบชั่วคราว ไปจนอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
4. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี สามารถต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน สำหรับค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายดังนี้
- ค่าคำขอ 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี 250 บาท
- ค่าบริการถ่ายรูป 100 บาท (กรณีทำบัตรสมาร์ทการ์ด)
5. ใบอนุญาตขับรถแบบชั่วคราว จะต่ออายุใบอนุญาตได้ หลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุพอดี และต้องแนบใบรับรองแพทย์ทุกครั้งหากเป็นแบบชั่วคราว การต่ออายุใบอนุญาตต้องไม่เกิน 1 ปี หากเกิน 1 ปี จะต้องสอบข้อเขียนใหม่
6. สาระความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ทั้งหมด โปรดอ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/schemaID%5B8%5D/1419_23.pdf หากท่านใดมีข้อสงสัย หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ อีก ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่
- สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 0-7433-3707 ต่อ แผนกใบอนุญาตขับรถ หรือ 080-5405778
- สำนักงานขนส่งอำเภอหาดใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7423-6100
Update ข้อมูลเพิ่มเติม ณ กรกฎาคม 2552
1. กรณีที่ท่านต้องการต่อใบขับขี่ ท่านไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แล้ว ท่านสามารถต่อได้ที่สำนักงานขนส่งอำเภอหาดใหญ่ หรือสถานที่ที่ใกล้ที่สุด
2. กรณีที่ใบขับขี่เกิดสูญหายที่ต่างจังหวัด ท่านสามารถติดต่อขอใบขับขี่ฉบับใหม่ได้ที่ที่สำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุด
3. กรณีที่ใบขับขี่เกิดสูญหาย กรณีที่ท่านอยู่ที่หาดใหญ่ ท่านจะต้องดำเนินการติดต่อขอใบขับขี่ที่อำเภอหาดใหญ่ (ไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัด โดยต้องนำเอกสารต่อไปนี้
3.1 ใบแจ้งความ
3.2 สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
3.3 ชำระค่าธรรมเนียม 200 บาท (ขึ้นอยู่กับอายุบัตรของท่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะคิดให้)
4. กรณีที่ใบขับขี่แบบเดิมเกิดสูญหาย ท่านจะได้ใบขับขี่แบบสมาร์ทการ์ด โดยที่ท่านจะต้องไปยื่นเอกสารที่สำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุด โดยไม่ต้องสอบค่ะ
5. หากท่านไม่ชอบใบขับขี่แบบเดิมที่เป็นตลอดชีพ และต้องการเปลี่ยนเป็นสมาร์ทการ์ดตลอดชีพ ท่านก็สามารถเปลี่ยนได้ค่ะ โดยติดต่อที่สำนักงานขนส่ง ที่ใกล้ที่สุดค่ะ